สถานที่ท่องเที่ยว เกาะมะขาม

สถานที่ท่องเที่ยว เกาะมะขาม เป็นอีกแห่งที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาดกันเลย

สถานที่ท่องเที่ยว เกาะมะขาม สำหรับคนที่ชอบดำน้ำดูปะการังไม่ควรพลาด ชวความสวยงามใต้ท้องทะเลกับแบบจุกๆกันไปเลย

สถานที่ท่องเที่ยว เกาะมะขาม

เกาะขาม ชลบุรี เป็นอีกแห่งสถานที่ที่สวยงามมากของการท่องเที่ยวทะเล ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทะเลที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ ที่มีความสวยงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ด้วยที่นี่มีชายหาดที่สีขาวมองไปทางไหนดูสะอาดตา ความเงียบสงบ อีกทั้งรอบๆ ที่เกาะยังมีแนวปะการังที่มีความอุดมสมบูรณ์ น้ำทะเลใสมากจนมองเห็นปลาที่วายน้ำได้เลย สามารถพากันไปเที่ยวได้ในแบบวันเดย์ทริป โดยปกติจะปิดการเข้าชมในฤดูฝน ซึ่งในปีนี้เกาะขามก็ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้พากันเข้าไปเที่ยวชมทุกวันกันแล้ว

เกาะขาม หรืออุทยานใต้ทะเลเกาะขาม ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ การท่องเที่ยวเกาะขามจึงต้องเป็นไปตามกฎของกองทัพเรือ

จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาในการเดินทางไปยังเกาะขามเพียงแค่ประมาณ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น ที่นี่จึงเป็นท้องทะเลสวยในอันดับต้น ๆ ของไทยที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุดอีกหนึ่งแห่ง

ด้วยความที่เกาะขามได้มีการดูแลอย่างดี ทำให้ธรรมชาติและท้องทะเลของที่นี่สวยงามไม่แพ้กับท้องทะเลทางใต้เลยทีเดียว น้ำทะเลจะเป็นสีฟ้าสวยใส ชายหาดขาวสะอาด มีแนวปะการังที่สมบูรณ์มาก ๆ สามารถดำน้ำชมกันอย่างจุใจกับไปเลย

จุดเด่นของเกาะขามก็คือมีแนวปะการังในน้ำตื้นที่อย่างสมบูรณ์มากมาย อาทิ ปะการังเขากวาง, ปะการังโต๊ะ และปะการังสมอง รวมพื้นที่ปะการังรอบเกาะขามมีทั้งหมดราว ๆ 83,000 ตารางเมตร ที่นี่จึงเหมาะกับสำหรับคนที่ชอบดำน้ำดูปะการังที่สวยงามสมบรูณ์มากๆ

นอกจากแนวปะการังที่ดูสวยงามมาก ๆ รอบเกาะขามแล้ว บนเกาะขามเองก็ยังมีหาดทรายสีขาวสะอาดและเงียบสงบ เหมาะแก่การที่ไปเที่ยวพักผ่อนกันเลย อีกทั้งยังมีเส้นทางที่สามารถให้ศึกษาทางธรรมชาติขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบนของเขา ซึ่งสามารถมองเห็นท้องทะเลสัตหีบได้ไกลสุดลูกหูลูกตากันไป

จุดท่องเที่ยวที่ต้องห้ามพลาดกันที่นักท่องเที่ยวมักจะไปถ่ายรูปกัน จะเป็นสะพานไม้ทางด้านซ้ายของหาดที่ทอดยาวเลียบไปตามแนวเชิงเขาริมทะเล ซึ่งจะมีหินน้อยใหญ่ที่อยู่บริเวณนี้ สามารถไปถ่ายรูปเล่นได้ แต่ไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำ เพราะมีแนวหินแหลมคมมากมาย อาจจะเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว

อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจมาก ๆ ก็คือการนั่งเรือท้องกระจก เพื่อชมความสวยงามของโลกใต้ทะเล ทั้งปลาชนิดต่าง ๆ และแนวปะการัง กิจกรรมนี้ฟรีค่ะ หรือถ้าใครอยากพายเรือคายักเที่ยวชมบริเวณรอบ ๆ ชายหาดก็ได้นะคะ แต่ในส่วนนี้จะต้องจ่ายเงินเพิ่มเติม

อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเที่ยวชมเกาะขามอย่างจำกัดจำนวนคนในแต่ละวัน ถ้าวางแผนจะไปเที่ยวในช่วงวันหยุดควรโทรศัพท์จองล่วงหน้า

ราคาตั๋วเกาะขามมี 2 แบบ คือ ผู้ใหญ่ (อายุ 15 ปี ขึ้นไป) ชาวไทย ราคา 250 บาท และเด็ก (อายุ 6-14 ปี ส่วนสูงไม่เกิน 130 เซนติเมตร) 200 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 300 บาท โดยจะเป็นทั้งค่าเรือไป-กลับ ค่าธรรมเนียม ค่าบริการห้องน้ำบนเกาะขาม ฟรีเรือท้องกระจก

ในส่วนนี้ถ้าใครต้องการเช่าอุปกรณ์ดำน้ำจะคิดเพิ่มชุดละ 50 บาท ถ้านักท่องเที่ยวที่จะลงเล่นน้ำ ดำน้ำ หรือพายเรือคายัก จะต้องใส่ชูชีพทุกครั้ง

ไม่อนุญาตให้นำอาหารที่บรรจุในกล่องโฟม หรือเครื่องดื่มที่เป็นขวดพลาสติก/แก้ว ขึ้นไปทานบนเกาะ และให้ซื้ออาหารที่เพียงพอต่อการบริโภคเท่านั้น เพราะอาจจะได้ไม่ทำให้เกิดขยะ บนเกาะมีร้านค้าจำหน่ายอาหาร น้ำดื่ม และขนมขบเคี้ยวในราคาปกติ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะหิว

เมื่อนักท่องเที่ยวที่ไปถึงบนเกาะขามแล้วจะต้องฟังบรรยายถึงข้อปฏิบัติและกฎระเบียบต่าง ๆ และต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อจะได้ไม่เกิดอันตรายต่อตัวนักท่องเที่ยวเอง และไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ อาจจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน รวมทั้งทำลายระบบนิเวศที่สวยงามของเกาะขามอีกด้วย

ไม่ว่าใครต้องการที่ไปเที่ยวเกาะขามก็คงอยากลงเล่นน้ำทะเล ซึ่งถ้าหากใครที่ต้องการที่จะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า บนเกาะก็มีห้องน้ำให้บริการ แต่…โน้ตกันไว้สักนิดนะ ว่าทางอุทยานใต้ทะเลเกาะขาม อนุญาตให้นักท่องเที่ยวอาบน้ำจืด และเปลี่ยนเสื้อผ้าเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้สบู่และแชมพู และอย่าลืมเก็บขยะต่าง ๆ กลับมาด้วยนะ

บนเกาะขามไม่มีที่พักให้ จะต้องไปเที่ยวแบบเช้าไป-เย็นกลับ เท่านั้น ใครที่ขับรถกลับกรุงเทพฯ ไม่ไหว บริเวณบ้านช่องแสมสาร ก็มีที่พักให้เลือกมากมาย ดูที่พักแสมสารได้เลยที่ “ที่พักแสมสาร รับลมชมทะเล พักกายและใจกันแบบชิล ๆ” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี ๆ ก็คือการพักแถว ๆ ชายทะเลสัตหีบ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยที่ “30 ที่พักสัตหีบ ไปนอนรับลมเย็น ๆ”

สำหรับใครที่ขับรถไปเองก็มีที่จอดรถเกาะขามไว้รองรับ สามารถไปจอดรถกันได้ภายในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย และกรมก่อสร้างและพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบ

การเดินทางไปเกาะขาม จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี แล้วพอเข้าสู่ตำบลสัตหีบก็เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3126 ตรงไปเรื่อย ๆ จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่บ้านช่องแสมสาร และท่าเทียบเรือเขาหมาจอ เพื่อขึ้นเรือไปยังเกาะขาม

เที่ยวเกาะขาม ไม่มีรถส่วนตัว สามารถขึ้นรถตู้โดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-สัตหีบ ได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (เอกมัย) แล้วบอกรถตู้ว่าจะลงที่ กม.6 หรือ กม.10 (ให้สอบถามคนขับรถตู้อีกครั้งว่าจะไปท่าเรือเขาหมาจอ เพื่อไปเกาะขามลงตรงไหนสะดวกกว่ากัน) จากนั้นให้เหมาวินมอเตอร์ไซค์เข้าไปที่บริเวณท่าเรือ แล้วอย่าลืมขอเบอร์โทรศัพท์ทั้งวินมอเตอร์ไซค์และคนขับรถตู้ เพื่อที่จะได้นัดหมายเวลาในการเดินทางกลับด้วย…

เกาะพะลวย

สถานที่ท่องเที่ยว เกาะพะลวย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเกาะที่มีเสน่ห์ความสวยงามของธรรมชาติมาก เป็นสถานที่คลายร้อนที่ดีที่สุด

สถานที่ท่องเที่ยว เกาะพะลวย ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเกาะพลังความสะอาดแรกของประเทศเพราะอุดมสมบรูณ์ไปด้วยสิ่งแวดล้อม

สถานที่ท่องเที่ยว เกาะพะลวย

เมื่อก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนแล้วหลายๆคนต้องคิดหาสถานที่คลายร้อนกัน ทะเล มักเป็นสถานที่จุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของหลายๆคนที่เลือกจะไปพักผ่อนแบบชิลๆ แต่ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปนั้น ในช่วงนี้ จากการแพร่ระบาดของโควิด 19 (COVID-19)จึงจะมีผลทำให้แพลนเที่ยวฤดูร้อนคราวนี้ต้องผิดพลาดและต้อง้ปลี่ยนมาเป็นนอนอยู่บ้านแบบชิลๆแทน แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ต้องมีสถานที่เที่ยวทะเลสวยๆ อย่าง “เกาะพะลวย” มาทำความรู้จักให้กับถานที่ท่องเที่ยวกันดีกว่า เอาไว้ให้นอนติดความสวยงามกันก่อนเพลินๆ พอสถานการณ์ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นเมื่อไร จะไปนอนค้างสักอาทิตย์เห็นทีว่าไม่มีใครบ่นให้แน่นนอน

1. ที่ตั้งของเกาะพะลวย
เกาะขนาดเล็ก ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอยู่กึ่งกลางระหว่างอำเภอเกาะสมุย และอำเภอดอนสัก เสน่ห์ความสวยงดงามอันเลื่องชื่อของเกาะพะลวย นั่นคือความงดงามและความอุดมสมบูรณ์ของทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น และสถานที่ท่องเที่ยวอย่างมากมาย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติ ที่เดินทางมาได้สัมผัสความเรียบง่ายหากแฝงแต่ความงดงามและเสน่ห์ที่น่าเย้ายวนจิตใจ
2. สถานที่ท่องเที่ยวเกาะพะลวย
เชื่อกันว่าน่าจะมีหลายๆคนที่อาจจะยังไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อของเกาะพะลวยมาก่อนด้วยซ้ำ ดังนั้นถ้าเราจะให้นึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเกาะพะลวย น่าจะเป็นเรื่องยากมาก แต่จริงๆแล้ว เกาะพะลวยก็เหมือนมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวภายในเกาะที่ยังน่าสนใจมากมาย เช่น ถ้ำสามบ่อ ถ้ำขนาดใหญ่ที่มีธารน้ำจืดไหลมาจากหุบเขา, อ่าวสองพี่น้อง มีน้ำดื่ม กับของกินเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้บริการ ซึ่งบริเวนนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติพากันมาดำน้ำดูปะการังอยู่อีกด้วย, อ่าวเทียน ยลทะเลแหวกสวย เดินต่อไปยังเกาะหัวค่างทัก, หาดตาโย และหาดสน เป็นต้น
3. วิถีชีวิตของคนเกาะพะลวย
ใครที่เคยและได้ยินแต่คำว่า “สโลว์ไลฟ์” “วิถีพอเพียง” ได้ยินมาจนชินหู แต่ก็ยังไม่เคยได้สัมผัสหรือเจอด้วยตัวแบบเป็นๆ ของสิ่งเหล่านี้เลยสักครั้ง การเดินทางมาสถานที่เกาะพะลวยจะทำให้คุณเต็มอิ่มกับบรรยากาศแห่งความสุขอย่างแน่นอน ต้องบอกก่อนว่าแม้ที่นี่จะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มาเท่าไหร่ นอกเหนือจากปัจจัย 4 แต่มีสิ่งหนึ่งที่ล้นปรี่เกินความต้องการ ที่เราจะได้เห็นเป็นอัธยาศัยน้ำใจไมตรีของชาวบ้าน ของการแบ่งปัน ความถ้อยทีถ้อยอาศัย ให้และรับอย่างต่อกันอย่างพี่น้องและเครือญาติ
4. เกาะพะลวย นกเงือก
ถือว่าเป็นหนึ่งในไฮไลต์เด็ดของเกาะพะลวย ทุกวันจะมีนกเงือกบินออกมาจากยอดเขาสูงนับหลายๆ ตัว โฉบลงมาเกาะตามกิ่งต้นสน ทั้งยังเป็นภาพที่หาดูไม่ได้ง่าย ๆ จากที่ไหน ถ้ามีเวลามากพอก็สามารถนั่งดูกันแบบเพลิน ๆ ได้ทั้งวันเลยทีเดียว บ้างก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ลองคิดดูแล้วกันว่าในชีวิตหนึ่งของเราจะเห็นนกเงือกระยะใกล้ ๆ แบบนี้ได้ที่ไหนอีก แต่ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติของเกาะพะลวย จึงทำให้เราทุกคนได้พบกับภาพความสวยงามเช่นนี้ได้
5. เกาะพะลวย พลังงานสะอาด
เกาะแห่งนี้ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงพลังงานให้เป็นเกาะต้นแบบพลังงานสะอาด หรือ Green Island แห่งแรกของประเทศไทย มีกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้บนเกาะ รวมทั้งมีศูนย์การเรียนรู้สิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด เป็นต้นแบบอย่างที่ดีของประเทศที่มีการใช้พลังงานทดแทน 100% มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 และยังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้การที่มีใช้พลังงานสะอาดในชุมชนแห่งแรกของประเทศไทยอีกด้วย

สร้างขึ้นจากอาคารไม้ทรงเดิม เน้นนำแสงธรรมชาติมาใช้ ผ่านช่องทางกระจก โดยพลังงานบางส่วนจะมาจากแผ่นโซลาเซลล์ ซึ่งระดับแสงสว่างจากภายนอกที่ส่องผ่านเข้ามาภายในตัวนิทรรศการ ได้รับการคำนวณแล้วว่าเพียงพอต่อการเยี่ยมชมนิทรรศการ จึงไม่ต้องจำเป็นต้องสิ้นเปลืองต่อการใช้แสงประดิษฐ์
6. ที่พักเกาะพะลวย
นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเกาะพะลวยส่วนใหญ่มักเลือกที่จะนอนโฮมสเตย์ ซึ่งบนเกาะก็มีที่พักให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีที่สุด ที่คุณจะสามารถได้ทำความรู้จักเกาะพะลวยได้มากขึ้น จากปากของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่เกาะนั้นจริงๆ
7. การเดินทางไปเกาะพะลวย
การเดินทางสู่พะลวยจะต้องขึ้นเรือที่ท่าเรือดอนสัก เพื่อนร่วมเดินทางส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านบนเกาะ และการเดินเรือแต่ละเที่ยวก็จะมีการขนสินค้า สิ่งของต่าง ๆ จากฝั่งข้ามเกาะไปด้วย เช่น น้ำแข็ง ข้าวสาร ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เรือวันคี่ขึ้นที่อ่าวสาม เรือวันคู่ขึ้นที่อ่าวสอง (เกาะพะลวยมี 4 อ่าว เรียกง่าย ๆ ว่า อ่าวหนึ่ง อ่าวสอง อ่างสาม อ่าวสี่) ซึ่งหากขึ้นเกาะที่อ่าวสองจะสะดวกต่อการเดินทางมากกว่า
ธรรมชาติของท้องทะเลไทยไม่ว่ายามใดก็สวยงามเสมอ ถึงแม้แต่ในวันที่เราทำได้เพียงแค่ชื่นชมความสวยงามผ่านรูปภาพ แต่นั่นก็มิอาจทำลายของความรู้สึกดีๆได้ ต่อสถานที่ท่องเที่ยวไทยไปได้เลยแม้แต่นิด หวังว่าหลังจากที่สถานการณ์ทุกอย่างดีมากขึ้น เกาะพะลวยจะยังคงความสวยงามอยู่ตลอดไป รอให้นักท่องเที่ยวอย่างเราได้ไปสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง…

วัดถ้ำเสือ สถานที่ท่องเที่ยว

วัดถ้ำเสือ สถานที่ท่องเที่ยว แห่งความสวยงาม สำหรับคนที่ชอบกรีนต้องห้ามพลาดกันเลย

วัดถ้ำเสือ สถานที่ท่องเที่ยว ที่มาพร้อมกันคนที่ชอบปลายทางหน้าฝน กับคนที่ชอบกรีนกันและเป็นจุดเช็คอินขึ้นชื่อกันไปเลย

วัดถ้ำเสือ สถานที่ท่องเที่ยว

เที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี ปลายทางหน้าฝนของคนชอบสีเขียว กับจุดเช็คอินขึ้นชื่อที่เมื่อมาเที่ยวเมืองกาญจน์แล้วต้องห้ามพลาดกันเด็ดขาด นั่นก็คือ วัดถ้ำเสือ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาใน อำเภอท่าม่วง โดยสไตล์ของวัดถ้ำเสือแห่งนี้คือ หลวงพ่อชินประทานพร พระพุทธรูปปางประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี องค์พระสีทองอร่าม มีเรือนแก้วครอบองค์พระที่งดงาม ตั้งตระหง่านท่ามกลางท้องนาผืนใหญ่ที่กลายเป็นสีเขียวชอุ่มในช่วงหน้าฝน ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขามากมาย และมีลำธารน้ำแม่กลองทอดยาวผ่านด้านหน้าวัด หากมองจากมุมสูงจะเห็นบรรยากาศทั้งหมดนี้ได้อย่างสวยงามจนต้องอดใจไม่ไหว
ด้วยความที่วัดถ้ำเสือนั้นตั้งอยู่บนเขา การที่จะขึ้นไปสักการะ และชมความสวยงดงามนั้น มี 2 วิธีด้วยกัน สำหรับใครที่อยากทดสอบความฟิตของร่างกายนั้น ก็สามารถเดินขึ้นบันได จำนวน 158 ขั้นได้เลย หรือสำหรับเด็ก หรือผู้สูงอายุ หรือคนที่มีปัญหาสุขภาพ แนะนำเป็นนั่งรถรางไฟฟ้าจะดีกว่า ค่าบริการไป-กลับ คนละ 10 บาท แต่ในช่วงวันหยุดอาจจะคิวยาวกันหน่อย แต่รับรองว่าเมื่อไปถึงข้างบนแล้วคุ้มค่าเหนื่อยมาก และคุ้มค่าการรอคอยแน่นอน
บริเวณทางขึ้นด้านล่าง ใกล้ ๆ กันจะเป็นส่วนของถ้ำที่แบ่งออกเป็น 4 ห้อง มีพระประธานประดิษฐาน 2 ห้อง มีห้องประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม และห้องสำหรับบำเพ็ญภาวนาของหลวงพ่อชื่น ซึ่งถ้ำนี้ถือเป็นต้นกำเนิดของวัดถ้ำเสือนั่นเอง
เมื่อขึ้นมาถึงด้านบน ด้านขวาเราจะพบกับ หลวงพ่อชินประทานพร องค์ใหญ่ สีทองอร่ามสวยงาม ที่มีความสูงถึง 9 วา 9 นิ้ว บริเวณนี้จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสักการะขอพรจำนวนมาก สามารถบูชาธูปเทียนมากราบไหว้หรือใครจะทำบุญก็เชิญได้เลยตามกำลังศรัทธา
ทางด้านซ้ายจะเป็นที่ตั้งของ พระเจดีย์เกษแก้วมหาปราสาท เจดีย์สีอิฐทรงแปดเหลี่ยมที่แบ่งออกเป็นชั้น ๆ ซึ่งเราสามารถเดินขึ้นบันไดวนเพื่อไปยังชั้นบนสุดซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย นอกจากนี้ระหว่างชั้นเรายังสามารถชมวิวมุมสูงที่มีความสวยสุดและงามแตกต่างกันออกไปในแต่ละชั้นอีกด้วย สถานที่ท่องเที่ยว วัดถ้ำเสือนั้นสวยงดงามใครที่มาเที่ยวนั้นจนต้องชื่นชอบกันความชุ่มชื่นสีเขียวแน่นนอน…

สถานที่ท่องเที่ยว ปิล๊อก

สถานที่ท่องเที่ยว ปิล๊อก น้ำตกสวยงานมาก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อรำลึกถึงอดีตแต่ก็ยังเป็นความงดงามที่เจือความขมขื่น

สถานที่ท่องเที่ยว ปิล๊อก เป็นความงดงามที่เจือความขมขื่น

สถานที่ท่องเที่ยว ปิล๊อก

เป็นภาพที่ติดตราตรึงในความทรงจำของคนทั่วไปที่มีต่อจังหวัดกาญจนบุรีแม้ว่าปัจจุบันสถานที่ในประวัติศาสตร์เหล่านี้จะเปลี่ยนสถานภาพตัวเองจากภาพรอยจารึกความโหดร้ายและความน่าเศร้าสลดใจมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อรำลึกถึงอดีตแต่ก็ยังเป็นความงดงามที่เจือความขมขื่น

แต่ในอีกมุมหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรีกลับให้ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลไม่มีเรื่องเศร้าหรือร่องรอยสงครามมาหลอกหลอน ด้วยอากาศเย็นบนยอดดอยทิวทัศน์สีเขียวของพรรณไม้บนแนวเทือกเขาตะนาวศรีที่ทอดยาวตั้งแต่ด่านเจดีย์สามองค์จรด จ.ระนอง แลเห็นชายแดนไทยพม่าที่มีธงชาติของบ้านพี่เมืองน้อง (ไทย-สหภาพพม่า) โบกสะบัดอยู่ลิบๆแสงดาวที่ส่องสกาวสุกสดใสนับหมื่นดวงต่างเปล่งแสงท้าทายสายตาให้จ้องมองจนเวลาล่วงเป็นวันใหม่ กับหนทาง 399โค้ง สิ่งเหล่านี้ล้วนสถิตอยู่ที่ “ต.ปิล๊อก” ตำบลเล็ก ๆ ใน อ.ทองผาภูมิ ของจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสงครามมาก่อน

ที่มาที่ไปของคำว่า “ปิล๊อก”มีหลายทาง แต่ไกด์ที่รับหน้าที่พาชมตำนานเหมืองแร่เก่าเฉลยว่าด้วยบริเวณดังกล่าวมีการล้มตายจากการเข่นฆ่า และไข้ป่าอย่างมาลาเรียทำให้หลายคนหวาดกลัวและบ่งชี้ว่าสถานที่นี้มี “ผีหลอก”แต่ด้วยสำเนียงที่ผิดเพี้ยนของชาวพม่าที่พูดคำว่าผีหลอกไม่ชัด(เหมือนโฆษณาครีมถนอมผิวที่เด็กชาวเขาร้องว่าผีหลอกๆ ที่แท้ผิวลอก)จึงกลายเป็น “ปิล๊อก” ไปในที่สุด

ในอดีตเมื่อราว ๆ เกือบ 50 ปีก่อน “ปิล๊อก”เป็นสถานที่ทำเหมืองแร่ดีบุกและแร่วุลแฟรมที่รุ่งเรืองมากจนกลายเป็นแหล่งการค้าและการขายแรงงานขนาดย่อม แต่เมื่อมีรุ่งก็ต้องมีดับราว พ.ศ.2527 ความไม่คุ้มทุนในการทำธุรกิจเริ่มก่อเกิดและหากดันทุรังทำต่อไปก็มีแต่จะสูญเปล่า เหมืองแห่งนี้จึงต้องปิดตัวลงในปี2529 และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอันงดงามตระการตา ที่อยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ แทนโดยในปีหน้า 2551จะมีการทำพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ปิล๊อกที่บริเวณเนินช้างศึก อันเป็นที่ตั้งเหมืองเก่า และยังคงมีร่องรอยของการขุดเหมืองและอุโมงค์เหมืองแร่ให้เห็นถึงทุกวันนี้

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับปิล๊อกก็คือการพักแรมค้างคืนที่เนินกูดดอยและเนินช้างเผือก มีทั้งแบบบ้านพักและกางเต็นท์นอนแต่อย่างหลังจะให้ความรู้สึกผ่อนหลายและสัมผัสธรรมชาติได้มากกว่าเพราะเมื่อตกดึกการหุงหาอาหารจะให้บรรยากาศคล้าย ๆกับการพักแรมเมื่อครั้งเข้าค่ายลูกเสือตอนวัยเยาว์ การหุงหาอาหารต้องทำเองบางกลุ่มก็ทำกับข้าว บางกลุ่มก็ย่างบาร์บีคิวกินอย่างเอร็ดอร่อย

พอตกดึกได้ที่แสงสว่างจ้าของดวงอาทิตย์ลับตาดาวดวงน้อยนับหมื่นนับล้านดวงก็ค่อย ๆทยอยขึ้นสู่ฟากฟ้าที่ทาทับด้วยสีดำสนิท มีเพียงแสงจากดาว พระจันทร์และสายลมกระโชกแรงหนาวถึงขั้วหัวใจเท่านั้นที่สร้างบรรยากาศให้ค่ำคืนกลายเป็นคืนแห่งความสุข แม้จะไร้แสงไฟจากชุมเมือง

อีกสิ่งที่ปิล๊อกทำให้จิตใจผ่อนคลายจากความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดีก็คือการเดินเท้าขึ้นดอยกว่า 100 เมตร ไปชมพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าที่ดอยต่องปะแลโดยระยะทางห่างจากที่พักประมาณ 300 เมตร ระยะเพียง 100 เมตรที่ว่าบางคนอาจมองเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วแต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายก็ทำให้หอบและเสียเหงื่อได้เช่นกันแต่เมื่อถึงยอดเขาภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้ความเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้งเวิ้งภูเขาที่ปกคลุมด้วยหมอกบางตา สลับด้วยทิวเขาไล่สี จากสีเขียวอ่อนเขียวเข้ม น้ำเงิน จนลับขอบฟ้าเป็นน้ำเงินผสมหมอกขาวตัดกับสีแสดของแสงพระอาทิตย์ที่ทอแสงประกายสุดท้ายก่อนจะลับหายจิตใจสงบนิ่งเพื่อซึมซาบความงามที่เห็นให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ถ้ามาปิล๊อกแล้วไม่พูดถึง น้ำตกจ๊อกกระดิ่น ที่อยู่ห่างจากอุทยานฯ เพียง 5 ก.ม. ก็คงเสียเที่ยว “จ๊อกกระดิ่น”เป็นภาษาถิ่นที่แปลได้ว่า น้ำไหลจากหน้าผาสู่ลานหิน (ความสูงประมาณ 30เมตร) ความสวยงามของสายธารเล็กๆ นี้อยู่ที่สีของน้ำที่มีทั้งครามและเขียวอ่อน พร้อมด้วยเนินทรายสีนวลเสมือนสระน้ำอันวิจิตรในป่าหิมพานต์ให้ผู้ที่ใช้ความอุตสาหะก้าวย่างมาถึงได้สัมผัสกับสายน้ำเย็นและทัศนียภาพของป่าที่โอบอุ้ม…

สถานที่ ท่องเที่ยว ประเทศแคนาดา

สถานที่ ท่องเที่ยวประเทศแคนาดา ผ่อนคลายช่วงกักตัวอยู่บ้านเพื่อหลีกเลี่ยง COVID-19 ไปชมสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ

สถานที่ ท่องเที่ยวประเทศแคนาดา ทั่วโลกทั้งแบบไลฟ์และ Virtual Tours ผ่านเว็บไซต์ที่น่าสนใจ เที่ยวต่างประเทศง่าย ๆ

สถานที่ ท่องเที่ยวประเทศแคนาดา

อยู่บ้านนาน ๆ หน้าผากก็จะตึง ๆ หน่อย ถอนหายใจบ่อยกว่าที่เคย การที่ต้องอยู่ในสภาวะเดิม ๆ และพื้นที่แคบ ๆ ก็จะมีอาการเครียด เบื่อ เหงา เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ

เราจึงอยากให้ทุกคนได้มาผ่อนคลายกันบ้าง ด้วยการไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศสวย ๆ โดยที่ไม่ต้องลุกออกจากโซฟา แต่ได้เห็นภาพบรรยากาศสด ๆ ของแสงเหนือ น้ำตกสวย ๆ ป่าเขาสีเขียว หรือการชมภาพจริงของสถานที่นั้น ๆ ในมุมมองกูเกิลสตรีตวิว ผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เรารวบรวมมาให้นี้ จะมีเว็บไซต์อะไรน่าสนใจบ้างไปดูกัน

1. ไลฟ์ชมแสงเหนือจากแคนาดา ชายหาดจากฮาวาย
ยังออกไปชมด้วยตาตัวเองไม่ได้ ก็สามารถเฝ้ารอชมแสงเหนือกันได้ผ่านหน้าจอที่บ้านซึ่งได้ส่งสัญญานภาพสด ๆ มาจากเมืองเชอร์ชิลล์ (Churchill) รัฐแมนิโทบา ประเทศแคนาดา ซึ่งในช่วงนี้ก็ยังมีปรากฏการณ์แสงเหนือให้ได้รับชมกันเกือบทุกคืน แสงสีเขียวพาดผ่านท้องฟ้าสวยงามตระการตา พื้นด้านล่างเต็มไปด้วยหิมะขาว ๆ หนาวเย็นสุดขั้ว ถ้าเปิดแอร์รับชมไปด้วย ก็อาจจะได้บรรยากาศเหมือนการไปชมด้วยตัวเองอยู่นะ หากใครอยากได้บรรยากาศชายทะเลก็มีไลฟ์จากชายหาด Ehukai เกาะโอวาฮู หมู่เกาะฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ได้ชมกัน นอกจากนี้ก็ยังมีชายหาดซานตาโมนิกา ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา, ศูนย์ดูแลแพนด้าจากประเทศจีน, ศูนย์ดูแลช้างจากประเทศแอฟริกา และอื่น ๆ อีกหลายแห่งให้ได้ชมด้วย
2. เที่ยวพิพิธภัณฑ์ดัง สถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจากทั่วโลก
สายเที่ยวพิพิธภัณฑ์และคนที่ชอบเรื่องราวประวัติศาสตร์วัฒนธรรมต้องได้เฮ แม้ว่าจะยังไม่มีโอกาสได้ไปชมสถานที่จริง แต่ก็ยังสามารถที่จะเห็นภาพของสถานที่จริงได้ ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย ทั้งการซูมชมภาพศิลปะระดับโลกได้แบบคุณภาพสูง, การชมพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวในมุมมอง 360 องศา, การทัวร์ชมพิพิธภัณฑ์และแหล่งท่องเที่ยวในรูปแบบของกูเกิลสตรีตวิว และยังมีวิดีโอและข้อมูลให้ความรู้ในเรื่องใหม่ ๆ อัปเดตตลอด โดยมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะและวัฒนธรรมมากกว่า 1,200 แห่ง แกลลอรี่และสถาบันต่าง ๆ มากกว่า 70 ประเทศทั่วโลกให้ไปทัวร์ออนไลน์ อีกทั้งยังมีวิดีโอแบบ Vitual Tours ให้ได้ชมด้วย
3. สำรวจอุทยานแห่งชาติทั่วอเมริกาผ่านเว็บแคม
อุทยานแห่งชาติของอเมริกามีมากกว่า 50 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีธรรมชาติสวยงามแตกต่างกันออกไป และยังได้จัด ให้ทันสมัย พร้อมให้ข้อมูลกับผู้ที่สนใจอย่างครบถ้วนและทันต่อสถานการณ์ และยังมีการติดตั้งกล้องเว็บแคมไว้ในเกือบทุกอุทยาน แล้วส่งสัญญาณภาพเข้ามายังเว็บไซต์เพื่อให้คนที่สนใจสามารถรับชมภาพบรรยากาศของสถานที่นั้น ๆ ได้แบบเรียลไทม์สถานที่น่าสนใจ เช่น Glacier National Park อุทยานแห่งชาติที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นมงกฏแห่งระบบนิเวศภาคพื้นทวีป มีจุดท่องเที่ยวสวย ๆ มากมาย มีธารน้ำแข็งใหญ่ยักษ์ให้ได้ชม, Hawaiʻi Volcanoes National Park ถ่ายทอดสดสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะปากปล่องภูเขา Halema’uma’u Crater และ Grand Canyon National Park แกรนด์แคนยอนที่ใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ถ่ายทอดสดจาก Yavapai Point

4. ท่องอาณาจักรความสนุกแห่งดิสนีย์
จะดีแค่ไหน ถ้าได้ชมบรรยากาศความสวยงาม และความสนุกสนานภายในสวนสนุกเครือดิสนีย์ได้โดยไม่ต้องออกจากบ้าน ซึ่งฝันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินตัว ด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ทำให้รับชมความสนุกเหล่านี้กันได้ง่าย ๆ ผ่านแพลตฟอร์มเครื่อข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างยูทูบ และช่องออฟฟิเชียลของดิสนีย์ อย่าง Disney Parks ก็ได้จัดทำวิดีโอแบบ Vitual Tours มาให้รับชมกันเยอะแยะมากมาย และยังมีรีวิวเครื่องเล่นต่าง ๆ เหมือนกับว่าได้ไปลองเล่นจริงกันเลยทีเดียว
5. เที่ยวสุดขอบโลกที่อะแลสกา
เปิดหูเปิดตาไปชมความสวยงามของดินแดนอันไกลโพ้นทางด้านเหนือขอบโลกกันบ้าง ไปชมบรรยากาศของป่าเขา ธารน้ำแข็งใหญ่ยักษ์ กวางมูส หมีป่า และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของอะแลสกาผ่านเว็บไซต์ออฟฟิเชียลของการท่องเที่ยวรัฐอะแลสกา จัดมาครบทั้งข้อมูล ภาพถ่ายสวย ๆ และวิดีโอที่น่าสนใจมากมาย นั่งดูเพลิน ๆ ได้ตลอดการกักตัว จริง ๆ ยังมีอีกหลายช่องทางในการชมสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ เพื่อคลายเครียด เราจะพยายามอัปเดตข่าวสารใหม่ ๆ ให้เรื่อย ๆ นะคะ ใครอยากชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ…

สถานที่ท่องเที่ยว น้ำตกบัวตอง

สถานที่ท่องเที่ยว น้ำตกบัวตอง จังหวัดเชียงใหม่ สามารถปีนน้ำตกขึ้น-ลง แบบไม่มีลื่น อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวอันซีนของไทย

สถานที่ท่องเที่ยว น้ำตกบัวตอง ชมกับความสวยงามของน้ำบัวตอง มาเที่ยวเชียงใหม่เที่ยวหน้า ห้ามพลาดเด็ดขาด

สถานที่ท่องเที่ยว น้ำตกบัวตอง

น้ำตกบัวตอง จังหวัดเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวสามารถปีนน้ำตกขึ้น-ลง แบบไม่มีลื่น อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวอันซีนของไทย มาเที่ยวเชียงใหม่เที่ยวหน้า ห้ามพลาดเด็ดขาด
ชมความสวยงามอีกหนึ่งแหล่งที่เที่ยวอันซีนของไทยที่ “น้ำตกบัวตอง” จังหวัดเชียงใหม่ หลายคนฟังชื่อแล้วอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไร แต่สำหรับชาวต่างชาติแล้ว ที่นี่ถือเป็นแลนด์มาร์กเด็ดอีกหนึ่งที่ของเชียงใหม่ที่ต้องแวะมาให้ได้ และน่าจะถูกใจนักท่องเที่ยวสายแอดเวนเจอร์อยู่ไม่น้อย เพราะน้ำตกที่นี่เขาปีนได้ ใช่แล้ว !!! นักท่องเที่ยวสามารถปีนป่ายได้อย่างสบาย ไม่ต้องกลัวลื่นเลยสักนิด ฟังแล้วก็ชักเริ่มอยากรู้แล้วสิว่าหน้าตาของน้ำตกบัวตองเป็นอย่างไร จะสวยและน่าเที่ยวมากแค่ไหน ตามเรามาเช็กอินด้วยกันเลย น้ำตกบัวตอง ตั้งอยู่ภายในอุทยานน้ำตกบัวตองและน้ำพุเจ็ดสี อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง และเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จุดเด่นของน้ำตกบัวตองอยู่ที่มีน้ำตลอดทั้งปี ไม่เคยแห้ง และบริเวณตัวน้ำตกนักท่องเที่ยวสามารถปีนป่ายได้อย่างสบาย ๆ ไม่ลื่น โดยนักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำได้อย่างเพลิดเพลิน หลายคนน่าจะทำหน้าสงสัย…เหตุผลอะไรน้ำตกที่นี่ถึงไม่ลื่น ? นั่นเป็นเพราะว่าที่นี่มีแคลเซียมคาร์บอเนตไหลผ่านเป็นเวลานาน และเคลือบชั้นหินของน้ำตก จนกลายเป็นธารหินปูนที่แข็งและไม่ลื่นนั่นเอง เราจึงเห็นนักท่องเที่ยวเดินขึ้น-ลงตัวน้ำตกกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งมีทั้งหมดด้วยกัน 3 ชั้น โดยบางจุดที่ปีนยาก ๆ จะมีเชือกเอาไว้คอยจับ เป็นตัวช่วยอีกหนึ่งแรง นอกจากความแปลกตาและความสวยงามของน้ำตกบัวตองแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะมาอีกหนึ่งจุดเช็กอิน คือ “น้ำพุเจ็ดสี” มีลักษณะเป็นบ่อน้ำพุเย็น ไหลพุ่งออกจากใต้ดินตลอดทั้งปี น้ำใสเป็นประกายสีรุ้งเมื่อต้องกับแสงพระอาทิตย์ อีกทั้งยังเป็นต้นน้ำของน้ำตกบัวตองอีกด้วย
– น้ำตกบัวตอง ค่าเข้าชม
นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเที่ยวชมน้ำตกบัวตองฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น (ทั้งชาวไทยและต่างชาติ)
– น้ำตกบัวตอง ปิดกี่โมง
เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
– น้ำตกบัวตอง การเดินทาง
ใช้เส้นทางเชียงใหม่-อำเภอพร้าว (ทางไปมหาวิทยาลัยแม่โจ้) ขับเลยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ประมาณ 43 กิโลเมตร พอมาถึงตรงหลักกิโลเมตรที่ 48-49 ก็จะมีทางแยกขวามือเข้าไปอุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตองและน้ำพุเจ็ดสี (GPS : เส้นทางการเดินทางอุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตองและน้ำพุเจ็ดสี)…

สถานที่ท่องเที่ยว เขาแหลมสกายวอล์ก

สถานที่ท่องเที่ยว เขาแหลมสกายวอล์ก จ.กาญจนบุรี เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กเด็ดใกล้เขื่อนวชิราลงกรณ

สถานที่ท่องเที่ยว เขาแหลมสกายวอล์ก อีกหนึ่งแลนด์มาร์กเด็ดใกล้เขื่อนวชิราลงกรณ เดินชมวิว เพลินธรรมชาติสวยสบายตา

สถานที่ท่องเที่ยว เขาแหลมสกายวอล์ก

พาเที่ยวกาญจนบุรี กับอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์กใกล้เขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี กับ “เขาแหลมสกายวอล์ก” บรรยากาศเหมาะสำหรับการไปเที่ยวในวันพักผ่อนสบาย ๆ จะจูงลูกจูงหลานไปกับครอบครัว หรือว่ากับคนรักก็ดูน่าสนุกอยู่ไม่น้อย หลายคนน่าจะอยากรู้แล้วว่าบรรยากาศเขาแหลมสกายวอล์กจะน่าเที่ยวแค่ไหน เราเก็บบรรยากาศมาฝากแล้ว เขาแหลมสกายวอล์ก ที่เที่ยวใหม่ของเขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี โดยตั้งอยู่บริเวณเดียวกับร้านอาหารเรือนเขาแหลม เลยกลายเป็นที่มาของชื่อ “เขาแหลมสกายวอล์ก” นั่นเอง เพื่อให้เป็นที่จดจำและติดหูแก่ผู้ที่มาเยือนได้ง่าย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวที่นี่ นอกจากจะได้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศธรรมชาติรอบตัวแล้ว เรายังเห็นหลายคนพกกล้องมาถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว ด้วยเพราะเขาแหลมสกายวอล์กเป็นสะพานกระจกใส สูงจากพื้นประมาณ 8 เมตร และยาวประมาณ 34 เมตร แต่ละก้าวที่ย่างเดิน น่าจะเรียกความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวที่มีภูมิต้านทานความเสียวน้อยได้ไม่ยากเลย กระจกใสมองเห็นพื้นเบื้องล่าง ยิ่งวันไหนอากาศดี ๆ น่าจะได้เห็นไอหมอก ลอยตัวเคล้าคลอเคลียดอกไม้นานาชนิด สวยงามตามท้องเรื่อง ทั้งนี้บริเวณปลายทางเดินของสกายวอล์ก มีม่านน้ำตกสวยงาม และในยามค่ำคืนจะมีแสงไฟประดับประดาสะพานสวยตระการตา ใครที่ไม่อยากตากแดดร้อน ๆ แนะนำเลยว่าไปช่วงเย็น ๆ จะดีที่สุด นอกจากนี้บริเวณด้านขวามือของสกายวอล์กยังมีสไลเดอร์เนินหญ้า เพื่อสร้างความหรรษาให้กับผู้ที่มาเยือนทุกคนอีกด้วย ใครสนใจอยากเช็กอินที่เที่ยวเก๋ ๆ แบบนี้ บอกเลยค่ะว่า…ที่นี่เปิดให้เข้าชมฟรี !!…

สถานที่ท่องเที่ยว ดอกซากุระญี่ปุ่น อ่างขาง

สถานที่ท่องเที่ยว ดอกซากุระญี่ปุ่น อ่างขาง และดอกไม้เมืองหนาวอื่น ๆ

สถานที่ท่องเที่ยว ดอกซากุระญี่ปุ่น อ่างขาง เริ่มเบ่งบานในช่วงหน้าหนาวนี้ สวยงามบานสะพรั่ง ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น

สถานที่ท่องเที่ยว ดอกซากุระญี่ปุ่น อ่างขาง

ลมหนาวพัดมาเมื่อไร หัวใจมักชอบวิ่งไปหาป่าเขา ดอยสูง และบรรยากาศสุดเงียบสงบของเมืองเหนือทันที

โดยเฉพาะที่ดอยอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ที่นี่ถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก เพราะไม่เพียงแค่มีอากาศที่หนาวเย็นจับใจ แต่บรรยากาศยังสวยงาม เต็มไปด้วยขุนเขา สายหมอก และดอกไม้งาม โรแมนติกขนาดนี้ไม่มีใครที่อยากพลาดไปเที่ยวชม โดยเฉพาะแปลงดอกไม้ต่าง ๆ ที่จะพากันเบ่งบานอวดโฉมหลากสีสัน ซึ่ง “ดอกซากุระญี่ปุ่น” ก็เป็นไฮไลท์หนึ่งที่ต้องไปสัมผัสความสวยงามกันให้ได้สักครั้ง ในปี 2559 ลมหนาวมาเร็วกว่าปกติ จึงทำให้ดอกไม้เมืองหนาวที่อยู่ในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางเริ่มเบ่งบานเร็วกว่าเมื่อปีที่แล้ว หนึ่งในนั้นก็คือดอกซากุระญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มอวดโฉมสีชมพูหวานออกมาให้ได้เห็นกันแล้ว โดยโซนแรกที่ดอกซากุระญี่ปุ่นเริ่มบานจะอยู่บริเวณด้านบนของสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา และจะเริ่มเบ่งบานในโซนอื่น ๆ ไล่ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 นอกจากดอกซากุระที่เริ่มบานในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนแล้ว ก็ยังมีดอกแมกโนเลียที่เริ่มผลิดอกสีชมพูออกมาให้ได้ยลโฉมกันอีกด้วย ทั้งนี้ภายในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางยังมีสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ เรือนกุหลาบตัดดอก, สวนบอนไซอ่างขาง, สวนคำดอย, สวนกุหลาบอังกฤษ, พระธาตุดอยอ่างขาง, แปลงบ๊วย, บ้านขอบด้ง, ไร่ชา 2000, จุดชมวิวทะเลหมอกม่อนสน ฯลฯ โดยนักท่องเที่ยวสามารถที่จะขับรถยนต์ส่วนตัว, ขี่จักรยาน, ขี่ล่อ หรือใช้บริการรถนำเที่ยวของโครงการเพื่อเที่ยวชมภายในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางได้…

สถานที่ท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

สถานที่ท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ ดินแดนปราสาทขอมที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

สถานที่ท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อัดแน่นด้วยวัฒนธรรมตั้งแต่สมัยขอม

สถานที่ท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

จังหวัดศรีสะเกษหรือเมืองขุขันธ์ในสมัยก่อน หนึ่งในจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอย่าง “อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร” อัดแน่นด้วยวัฒนธรรมตั้งแต่สมัยขอม แถมยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และวัดดังสำหรับกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลจำนวนมาก ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเสมอ วันนี้เราเลยแวะไปคัดเอาสถานที่ท่องเที่ยวเด็ด ๆ ของศรีสะเกษมาเป็นทางเลือกให้นักท่องเที่ยวที่สนใจกัน ส่วนจะมีที่เที่ยวไหนห้ามพลาดกันบ้างไปชมกันเลย
1. อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 83 ของไทย ตั้งอยู่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และด้วยเนื้อกว้างใหญ่กว่า 81,250 ไร่ ทำให้อุทยานแห่งนี้มีพื้นที่ครอบคลุมถึง 2 จังหวัด คืออำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอน้ำขุ่น อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ภายในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารยังเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อาทิ
– ผามออีแดง จุดชมวิวสวย ๆ ที่สามารถมองเห็นวิวธรรมชาติได้สุดสายตายาวไปจนถึงสามารถมองเห็นปราสาทเข้าพระวิหาร
– ภาพสลักนูนต่ำบริเวณหน้าผาใต้มออีแดง ซึ่งเป็นภาพเทพ 3 องค์ ขนาดเท่าคนจริง อายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี
– สถูปคู่ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าพระธาตุ ทางทิศตะวันตกของผามออีแดง เป็นสถูปหินทราย 2 องค์ ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ มียอดมนคล้ายตะปูหัวเห็ด ข้างในเป็นโพรงใช้สำหรับบรรจุสิ่งของในสมัยโบราณ
– ปราสาทโดนตวล เป็นปราสาทหินแบบขอม สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15-16 ตั้งอยู่บริเวณบ้านภูมิซรอล ตำบลบึงมะลู อำเภอกันทรลักษ์

– เขื่อนห้วยขนุน เป็นอ่างเก็บน้ำชลประทาน และเป็นที่ตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 25 กิโลเมตร ซึ่งบริเวณอ่างเก็บน้ำมีทิวทัศน์ที่สวยงามเหมาะแก่การเที่ยวชมธรรมชาติเป็นอย่างมาก

– สระตราว หรือห้วยตราว เป็นธารน้ำอยู่ตรงบริเวณลานหินเชิงเขาพระวิหาร มีสายน้ำไหลผ่านถ้ำใต้เพิงหินลงสู่บริเวณที่ลุ่มต่ำ ซึ่งมีแนวหินซ้อนกั้นสายน้ำให้ไหลไปตามต้องการอย่างสวยงาม

– น้ำตกและถ้ำขุนศรี ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของสระตราวใกล้เส้นทางเดินขึ้นปราสาทเขาพระวิหาร ส่วนถ้ำขุนศรีภายในมีขนาดกว้าง เชื่อกันว่าเป็นที่พักของขุนศรี ขณะมาควบคุมการตัดหินบริเวณสระตราวเพื่อใช้สร้างปราสาทเขาพระวิหาร…

สถานที่ท่องเที่ยว แก่งสาวน้อย

สถานที่ท่องเที่ยว แก่งสาวน้อย จ.นครนายก เป็นกันบ้างไหมคะ เมื่อถึงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เวียนมาถึงทีไร เป็นต้องหาเรื่องออกเที่ยวทุกที

สถานที่ท่องเที่ยว แก่งสาวน้อย เรียกความสดชื่นและความสนุกได้ดีเลยทีเดียว

สถานที่ท่องเที่ยว แก่งสาวน้อย

มีใครแถวนี้เป็นกันบ้างไหมคะ เมื่อถึงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เวียนมาถึงทีไร เป็นต้องหาเรื่องออกเที่ยวทุกที แต่มีเวลาไม่มาก จะให้เดินทางไกล ๆ ก็ไม่คุ้ม

วันนี้เราเลยมีหนึ่งตัวเลือกที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่น่าสนใจมาฝาก “แก่งสาวน้อย” จังหวัดนครนายก ท่ามกลางบรรยากาศเล่นน้ำสบาย ๆ เรียกความสดชื่นและความสนุกได้ดีเลยทีเดียว บอกเลยว่าคราวนี้เราก็ไม่พลาดอีกเช่นกัน เพราะเราได้เก็บเกี่ยวภาพบรรยากาศความชิลที่แก่งสาวน้อยมาฝากเพื่อน ๆ กันแล้วค่ะ จะน่าเที่ยวมากแค่ไหน เห็นทีว่าต้องตามไปดูด้วยกันเสียแล้ว แก่งสาวน้อย สถานที่เที่ยวพักผ่อนชิล ๆ บนพื้นที่แม่น้ำนครนายก และใต้เขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นทั้งที่เที่ยว ที่เล่นน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นสบาย ๆ และถึงแม้ว่าเป็นช่วงหน้าแล้งก็ไม่ต้องกลัว เพราะมีน้ำให้ลงเล่นตลอดทั้งปี เพราะมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนอยู่ตลอดเวลา นอกจากจะได้ลงเล่นน้ำอย่างเย็นใจแล้ว ที่นี่ยังให้บริการซุ้มนั่งริมน้ำ พร้อมด้วยการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มไว้พร้อมสรรพ เหมาะสำหรับการจูงมือครอบครัวมาเที่ยวพักผ่อน นั่งทานอาหารกันริมน้ำ หรือว่าใครจะสะดวกเอาเสื่อมาปูก็ได้บรรยากาศความชิลไปอีกแบบ มีชิงช้าให้คุณได้ห้อยโหน หรือจะเอาไว้นั่งถ่ายรูปสวย ๆ ลงโซเชียล ก็ดูเก๋ไม่หยอก หรือถ้าใครที่รู้สึกว่ายังสนุกไม่เต็มที่ ที่นี่ก็มีกิจกรรมล่องแก่ง ที่ถึงแม้ว่าระดับความยากจะไม่มาก แต่รับรองว่าเรียกเสียงกรี๊ดไม่แพ้กัน…