สถานที่ท่องเที่ยว ภูห้วยอีสัน จังหมดหนองคลาย เป็นแลนด์มาร์กที่ไม่ควรพลาดเมื่อมีโอกาสไปเยือนหนองคาย

สถานที่ท่องเที่ยว ภูห้วยอีสัน เป็นแลนด์มาร์ที่ไม่ควรพลาด อันซีนแดนอีสาน

สถานที่ท่องเที่ยว ภูห้วยอีสัน

“ภูห้วยอีสัน” คิดว่าหลาย ๆ คนอาจยังไม่เคยได้ไปหรือไม่เคยได้ยินมาก่อน ถามว่าทำไมต้องเป็นที่นี่ ก็ต้องบอกว่ามันมีเหตุผลมากมายเช่นกันที่ต้องมาที่นี่ ในขณะเดียวกันก็มีแค่เหตุผลเดียวที่ต้องมาให้ได้ นั่นก็คือจินตนาการในแบบที่เรามีว่าจะเป็นรูปแบบและเป็นแบบไหนกัน

ภูห้วยอีสัน ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ห่างจากเชียงคานหรือจุดชมวิวภูทอกราว ๆ 90 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว ๆ ชั่วโมงนิด ๆ ก็มาถึง เพิ่งค้นพบในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และเป็นอันซีนแบบไทยแท้แน่นอน

ความงดงามของภูห้วยอีสันอยู่ตรงไหน ? มันเป็นมุมมองทะเลหมอกในแบบอันซีนแบบไทยแท้ แบบฉบับลูกทุ่ง เป็นมุมมองทะเลหมอกที่สวยไม่แพ้ที่ไหน ๆ ได้บรรยากาศแบบดิบ ๆ กับมุมมองที่เราไม่ค่อยได้เห็นวิวทะเลหมอกจากมุมสูง แล้วสามารถมองเห็นแม่น้ำโขงแบบเน้น ๆ ชัด ๆ ขนาดนี้ เป็นมุมมองฟิลสัมผัส รู้สึกจับต้องได้ สัมผัสได้ประมาณนั้น การที่มันเป็นอันซีนมันคือความสดใหม่ในแบบที่เราอาจจิตนาการไปไม่ถึงและคาด เดาได้ยากเช่นกัน ไอ้ความรู้สึกแบบนี้ละที่บอกว่าเราต้องมา ต้องไปให้ได้เห็น ต้องไปให้ได้รู้ และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมไปที่นี่ 3 ปีติดต่อกัน

ช่วงไหนน่าเที่ยวสุด ? สำหรับผมต้องเป็นช่วงที่สามารถเห็นทะเลหมอกได้สวยที่สุด ก็ต้องอยู่ในช่วงหนาวหนัก ๆ ปลายพฤศจิกายน-มกราคมของทุกปี ทะเลหมอกมักจะมาแบบเน้น ๆ มาแบบเต็ม ๆ ในช่วงอากาศหนาว ๆ ลมนิ่ง ๆ แล้วถ้าถามกันชัด ๆ ว่าช่วงวันไหนที่ดีที่สุดที่จะได้เห็นทะเลหมอก ? คำตอบของคำถามนี้กับวันที่ทะเลหมอกมา นั่นคือวันที่ 2 ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 3 หลังจากที่อุณหภูมิลดต่ำลง ที่เราจะได้เห็นทะเลหมอกของที่นี่

ที่พักล่ะ ? ที่พักมีหลายที่ครับในตำบลบ้านม่วงที่อยู่ใกล้ ๆ กับจุดชมวิวภูห้วยอีสัน หรือถ้าใครอยากไปนอนที่ตัวอำเภอสังคมก็ได้ อยู่ห่างจากจุดชมวิวราว ๆ 10 กิโลเมตร แต่ถ้าแนะนำให้นอนที่บ้านม่วงเลย มีทั้งบ้านพัก/นอนเต็นท์ (แม่โขงริเวอร์วิวรีสอร์ท/ครัวไม้น้ำ) ตื่นเช้าตีห้ากว่า ๆ ก็ขึ้นรถอีแต๊ก ที่มีบริการไว้ในจุดที่ให้บริการ และใช้เวลาในการนั่งรถอีแต๋นขึ้นภูราว ๆ 20 นาทีเท่านั้นเอง

ยังจำความรู้สึกของภูห้วยอีสันในปีนั้นได้เป็นอย่างดี แต่ไม่เคยคิดว่ามันจะต้องทำให้ผมกลับไปที่นี่ถึง 3 ครั้ง ในช่วงฤดูหนาวของปีนี้ <พฤศจิกายน 2557-มกราคม 2558> ทริปแรกของฤดูหนาวปีนี้เกิดขึ้นมาในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2557 พวกเราพักกันที่ แม่โขงริเวอร์วิวรีสอร์ท ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจุดบริการพาเที่ยว

แล้วเช้านั้นผมก็ตื่นแต่เช้ามืด รู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ไม่เอื้อให้เกิดทะเลหมอก อากาศที่คาดว่าจะหนาวกลับอุ่นขึ้นแบบที่ไม่ต้องใส่เสื้อกันหนาวเลย ความคาดหวังของผมนะหรือมีแค่ไหน ? ก็มีขนาดขับรถมาตั้ง 700 กิโลเมตร เพื่อมาที่นี่ สิ่งที่ผมอยากเห็นคือความทรงจำแบบที่ผมหลงรัก “ทะเลหมอกสีขาววิวแม่น้ำโขง” ตอนที่นั่งรถอีแต๊กขึ้นมาผมก็มองลงไปทางด้านหลังตลอดว่า…มีหมอกไหม ? ทั้ง ๆ ที่รู้ตั้งแต่ตอนที่อยู่ด้านล่างว่าวันนี้ไม่มีแน่ ๆ แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะลุ้นทุกที ทะเลหมอกที่เหมือนไม่มีเลยสักนิด แต่กลับค่อย ๆ พองตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ได้ยินนักท่องเที่ยวตะโกนดังขึ้นมาว่า “มาแล้ว นี่แหละพลังของแม่น้ำโขง” ความคาดหวังที่เหมือนหายไปในตอนเช้ามืด เริ่มกลับเข้ามาทีละนิด ๆ แต่ตอนนี้ผมชักไม่แน่ใจว่ามันจะมาได้แค่ไหนกับอากาศที่ไม่ได้หนาวเลย พอทะเลหมอกไม่มาอย่างที่คิดความรู้สึกบางอย่างของผมก็เริ่มลดลงทันที แต่ในขณะเดียวกันบางอย่างก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของผมทีละนิด ๆ ยังคงทำแบบเดิม ๆ เหมือนกับทุก ๆ ครั้ง ไม่ว่าจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหน นั่นคือเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศของขุนเขาและสายหมอกขาว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *