สถานท่องเที่ยว ทยอยผลิดอกชมพูหวาน

สถานท่องเที่ยว ทยอยผลิดอกชมพูหวาน ชื่นชมความสวยงามของนางพญาเสือโคร่ง จังหวัดเล

สถานท่องเที่ยว ทยอยผลิดอกชมพูหวาน พร้อมอัปเดตความเคลื่อนไหวต่าง ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ไปเช็กอินชื่นชมกัน

สถานท่องเที่ยว ทยอยผลิดอกชมพูหวาน

ช่วงรอยต่อระหว่างปลายปี 2562 และต้นปี 2563 ถือเป็นช่วงนาทีทองแห่งการท่องเที่ยว ณ ภูลมโล อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับชมความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง เพราะเมื่อใดก็ตามที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบานทั่วทั้งหุบเขา เมื่อนั้นจะกลายเป็นทัศนียภาพสวยงามและน่าจดจำ และเมื่อทุกคนต่างเฝ้ารอคอย วันนี้เราเลยขออัปเดตความเคลื่อนไหวของดอกนางพญาเสือโคร่ง ภูลมโล 2563 มาฝากกัน
จากเฟซบุ๊ก ภูลมโล,ซากุระเมืองไทย,นางพญาเสือโคร่ง,กกสะทอน เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2562 ได้อัปเดตการบานของนางพญาเสือโคร่ง ไว้ว่า “ภาพรวมสลัดใบทิ้งรอการออกดอก เริ่มทยอยออกดอกมากขึ้น แต่ภาพรวมยังถือว่าน้อยมาก ๆ”
แต่ถึงอย่างนั้น…นี่ก็เป็นสัญญาณแห่งความงามช่วงหน้าหนาวที่หลายคนเฝ้ารอคอย กลีบดอกสีชมพูระเรื่อ ช่างเป็นภาพชวนฝันเสียจริง ๆ โดยในวันที่ 1 มกราคม 2563 นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเที่ยวชมภูลมโล (หรือถ้าจะเข้าชมก่อนก็สามารถทำได้ แต่อาจจะไม่ได้สวยงามตระการตาสมดังใจ) ทั้งนี้จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบสำคัญ นั่นคือ งดการนำเอาถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น กล่องอาหารโฟม เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก และรักษาระบบนิเวศของธรรมชาติ
แน่นอนว่าการเดินทางไปชมความงดงามของของดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ภูลมโล หลายคนเดินทางมาพร้อมกับความคาดหวัง หวังว่าจะเห็นการออกดอกบานสะพรั่งทั่วทั้งพื้นที่ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น การออกดอกส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นตัวแปรสำคัญ เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจึงไม่สามารถระบุวันที่ออกดอกเป๊ะ ๆ ได้เลยเสียทีเดียว หากแต่โดยปกติแล้วต้นนางพญาเสือโคร่งจะมีวัฏจักรการออกดอกแต่ละช่วงเดือน ดังนี้
– ช่วงเดือนตุลาคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งเข้าสู่การสลัดใบทิ้ง
– ช่วงเดือนพฤศจิกายน : ต้นนางพญาเสือโคร่งสลัดใบทิ้งมากขึ้น และมีปุ่มดอกให้เห็น
– ช่วงเดือนธันวาคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งสลัดใบทิ้งเกือบทั้งหมด และเริ่มมีดอกในบางแปลง ดอกจะเริ่มทยอย ๆ ออกประมาณปลายเดือนธันวาคม
– ช่วงเดือนมกราคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งทยอยออกดอกมากขึ้น ประมาณสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธันวาคมเป็นต้นไปจะออกดอกเยอะมากขึ้น
– ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ : ต้นนางพญาเสือโคร่งทยอยออกดอกไปจนถึงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ถ้าอากาศช่วงนี้ยังหนาวเย็นอยู่ ก็จะยืดช่วงเวลาออกดอกเพิ่มอีก…

สถานที่ท่องเที่ยว ชมทุ่งดอกทานตะวัน

สถานที่ท่องเที่ยว ชมทุ่งดอกทานตะวัน เขาใหญ่ที่สวยงามที่และฟินกับบรรยากาศที่ดีที่สุดเชื่อได้ว่าหลายๆคนต้องอยากไป

สถานที่ท่องเที่ยว ชมทุ่งดอกทานตะวัน เป็นทุ่งทานตะวันที่สวยและฟินกับรรยากาศสุดไปเลยจ้าา!!!

สถานที่ท่องเที่ยว ชมทุ่งดอกทานตะวัน

การเที่ยวชมทุ่งดอกไม้ในฤดูหนาว ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการท่องเที่ยวหน้าหนาวที่ใครหลายคนใฝ่ฝันถึง เพราะนอกจากจะบรรยากาศดีมาก ๆ แล้ว ยังมีรูปสวย ๆ

ไว้ให้อัปโหลดขึ้นโซเชียลตลอดฤดูกาลกันด้วย และสำหรับใครที่กำลังรอคอยทุ่งดอกทานตะวันอยู่ มาแอบบอกข่าวดีกันหน่อยว่าตอนนี้ที่เที่ยวเขาใหญ่ สุดฮิตอย่างทุ่งทานตะวัน เขาใหญ่ที่ไร่มณีศร บานสะพรั่งแล้วนะ สวยมาก ๆ ด้วย ไร่มณีศร ทุ่งทานตะวัน เขาใหญ่ ตั้งอยู่ที่ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นแปลงปลูกดอกทานตะวันที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย ซึ่งมีการเปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกปี และสำหรับปีนี้ทุ่งดอกทานตะวันแปลงแรกก็บานสวยสะพรั่งแล้ว มาทันความหนาวเย็นพอดีเป๊ะ ! และแน่นอนว่าความสวยงามก็ยังคงเดิม ดอกทานตะวันสีเหลืองสวยสดใสกว่า 100 ไร่ ค่อย ๆ พากันชูช่อรับแสงแดดยามเช้า แสงอาทิตย์จะไล่สาดส่องไปบนทุ่งทานตะวันทีละน้อยจนทั่วทั้งแปลงกว้างใหญ่ ดอกทานตะวันจะชูดอกรับแสงอาทิตย์กันงาม ๆ ตลอดทั้งวัน มีสายลมเย็นพัดผ่านให้พอชื่นใจ มีฉากหลังเป็นแนวภูเขาน้อยใหญ่งดงาม มองไปทางไหนก็สดชื่นเพลินตา นอกจากนี้ในบริเวณใกล้เคียงกัน ยังมีทุ่งปอเทืองสวย ๆ ให้ได้ไปเดินถ่ายรูปกันจนหนำใจอีกต่างหาก สวยงามไม่แพ้กันเลยทีเดียว สีเหลืองสะพรั่งทั่วทั้งหุบเขา ดอกเล็กดอกน้อยพากันแย้มกลีบบานต้อนรับหน้าหนาวอย่างคึกคัก ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยสะกดสายตา…

สถานที่ท่องเที่ยว ภูห้วยอีสัน

สถานที่ท่องเที่ยว ภูห้วยอีสัน จังหมดหนองคลาย เป็นแลนด์มาร์กที่ไม่ควรพลาดเมื่อมีโอกาสไปเยือนหนองคาย

สถานที่ท่องเที่ยว ภูห้วยอีสัน เป็นแลนด์มาร์ที่ไม่ควรพลาด อันซีนแดนอีสาน

สถานที่ท่องเที่ยว ภูห้วยอีสัน

“ภูห้วยอีสัน” คิดว่าหลาย ๆ คนอาจยังไม่เคยได้ไปหรือไม่เคยได้ยินมาก่อน ถามว่าทำไมต้องเป็นที่นี่ ก็ต้องบอกว่ามันมีเหตุผลมากมายเช่นกันที่ต้องมาที่นี่ ในขณะเดียวกันก็มีแค่เหตุผลเดียวที่ต้องมาให้ได้ นั่นก็คือจินตนาการในแบบที่เรามีว่าจะเป็นรูปแบบและเป็นแบบไหนกัน

ภูห้วยอีสัน ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ห่างจากเชียงคานหรือจุดชมวิวภูทอกราว ๆ 90 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว ๆ ชั่วโมงนิด ๆ ก็มาถึง เพิ่งค้นพบในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และเป็นอันซีนแบบไทยแท้แน่นอน

ความงดงามของภูห้วยอีสันอยู่ตรงไหน ? มันเป็นมุมมองทะเลหมอกในแบบอันซีนแบบไทยแท้ แบบฉบับลูกทุ่ง เป็นมุมมองทะเลหมอกที่สวยไม่แพ้ที่ไหน ๆ ได้บรรยากาศแบบดิบ ๆ กับมุมมองที่เราไม่ค่อยได้เห็นวิวทะเลหมอกจากมุมสูง แล้วสามารถมองเห็นแม่น้ำโขงแบบเน้น ๆ ชัด ๆ ขนาดนี้ เป็นมุมมองฟิลสัมผัส รู้สึกจับต้องได้ สัมผัสได้ประมาณนั้น การที่มันเป็นอันซีนมันคือความสดใหม่ในแบบที่เราอาจจิตนาการไปไม่ถึงและคาด เดาได้ยากเช่นกัน ไอ้ความรู้สึกแบบนี้ละที่บอกว่าเราต้องมา ต้องไปให้ได้เห็น ต้องไปให้ได้รู้ และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมไปที่นี่ 3 ปีติดต่อกัน

ช่วงไหนน่าเที่ยวสุด ? สำหรับผมต้องเป็นช่วงที่สามารถเห็นทะเลหมอกได้สวยที่สุด ก็ต้องอยู่ในช่วงหนาวหนัก ๆ ปลายพฤศจิกายน-มกราคมของทุกปี ทะเลหมอกมักจะมาแบบเน้น ๆ มาแบบเต็ม ๆ ในช่วงอากาศหนาว ๆ ลมนิ่ง ๆ แล้วถ้าถามกันชัด ๆ ว่าช่วงวันไหนที่ดีที่สุดที่จะได้เห็นทะเลหมอก ? คำตอบของคำถามนี้กับวันที่ทะเลหมอกมา นั่นคือวันที่ 2 ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 3 หลังจากที่อุณหภูมิลดต่ำลง ที่เราจะได้เห็นทะเลหมอกของที่นี่

ที่พักล่ะ ? ที่พักมีหลายที่ครับในตำบลบ้านม่วงที่อยู่ใกล้ ๆ กับจุดชมวิวภูห้วยอีสัน หรือถ้าใครอยากไปนอนที่ตัวอำเภอสังคมก็ได้ อยู่ห่างจากจุดชมวิวราว ๆ 10 กิโลเมตร แต่ถ้าแนะนำให้นอนที่บ้านม่วงเลย มีทั้งบ้านพัก/นอนเต็นท์ (แม่โขงริเวอร์วิวรีสอร์ท/ครัวไม้น้ำ) ตื่นเช้าตีห้ากว่า ๆ ก็ขึ้นรถอีแต๊ก ที่มีบริการไว้ในจุดที่ให้บริการ และใช้เวลาในการนั่งรถอีแต๋นขึ้นภูราว ๆ 20 นาทีเท่านั้นเอง

ยังจำความรู้สึกของภูห้วยอีสันในปีนั้นได้เป็นอย่างดี แต่ไม่เคยคิดว่ามันจะต้องทำให้ผมกลับไปที่นี่ถึง 3 ครั้ง ในช่วงฤดูหนาวของปีนี้ <พฤศจิกายน 2557-มกราคม 2558> ทริปแรกของฤดูหนาวปีนี้เกิดขึ้นมาในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2557 พวกเราพักกันที่ แม่โขงริเวอร์วิวรีสอร์ท ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจุดบริการพาเที่ยว

แล้วเช้านั้นผมก็ตื่นแต่เช้ามืด รู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ไม่เอื้อให้เกิดทะเลหมอก อากาศที่คาดว่าจะหนาวกลับอุ่นขึ้นแบบที่ไม่ต้องใส่เสื้อกันหนาวเลย ความคาดหวังของผมนะหรือมีแค่ไหน ? ก็มีขนาดขับรถมาตั้ง 700 กิโลเมตร เพื่อมาที่นี่ สิ่งที่ผมอยากเห็นคือความทรงจำแบบที่ผมหลงรัก “ทะเลหมอกสีขาววิวแม่น้ำโขง” ตอนที่นั่งรถอีแต๊กขึ้นมาผมก็มองลงไปทางด้านหลังตลอดว่า…มีหมอกไหม ? ทั้ง ๆ ที่รู้ตั้งแต่ตอนที่อยู่ด้านล่างว่าวันนี้ไม่มีแน่ ๆ แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะลุ้นทุกที ทะเลหมอกที่เหมือนไม่มีเลยสักนิด แต่กลับค่อย ๆ พองตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ได้ยินนักท่องเที่ยวตะโกนดังขึ้นมาว่า “มาแล้ว นี่แหละพลังของแม่น้ำโขง” ความคาดหวังที่เหมือนหายไปในตอนเช้ามืด เริ่มกลับเข้ามาทีละนิด ๆ แต่ตอนนี้ผมชักไม่แน่ใจว่ามันจะมาได้แค่ไหนกับอากาศที่ไม่ได้หนาวเลย พอทะเลหมอกไม่มาอย่างที่คิดความรู้สึกบางอย่างของผมก็เริ่มลดลงทันที แต่ในขณะเดียวกันบางอย่างก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของผมทีละนิด ๆ ยังคงทำแบบเดิม ๆ เหมือนกับทุก ๆ ครั้ง ไม่ว่าจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหน นั่นคือเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศของขุนเขาและสายหมอกขาว…

สถานที่ท่องเที่ยว ปราสาทหินพนมรุ้ง

สถานที่ท่องเที่ยว ปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นหนึ่งในปราสาทหินขอมของไทยที่มีชื่อเสียงมากที่สุด!!!

สถานที่ท่องเที่ยว ปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ และถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์

สถานที่ท่องเที่ยว ปราสาทหินพนมรุ้ง

ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นโบสถ์พราหมณ์ลัทธิไศวะ มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7

แห่งอาณาจักรขะแมร์ได้หันมานับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นวัดมหายาน ในช่วงแรกปราสาทหินพนมรุ้ง สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งสูง 1,320 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ชื่อพนมรุ้งแปลว่าภูเขาใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15-18 จารึกต่าง ๆ ที่นักวิชาการได้อ่านและแปลพอจะสรุปได้ว่า พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 3 กษัตริย์แห่งพระนคร (พ.ศ. 1487-1511) ได้สถาปนาเทวสถานถวายพระศิวะที่เขาพนมรุ้ง ซึ่งในสมัยแรก ๆ คงยังไม่ใหญ่โตนัก ต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511-1544) ได้ทรงอุทิศที่ดินและข้าทาสถวายแด่เทวสถานพนมรุ้ง ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 นเรนทราทิตย์ เจ้านายแห่งราชวงศ์มหิธรปุระที่ปกครองดินแดนแถบนี้ (ซึ่งเป็นต้นตระกูลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างนครวัด) ได้สร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นและได้ทรงบำเพ็ญพรตเป็นโยคี ณ ปราสาทพนมรุ้ง ที่บริเวณหน้าบันและทับหลังของปราสาทประธานมีภาพจำหลักแสดงเรื่องราวในศาสนาฮินดู เช่น ศิวนาฏราช (ทรงฟ้อนรำ) ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ อวตารของพระนารายณ์ เช่น พระราม (ในเรื่องรามเกียรติ์) หรือพระกฤษณะ ภาพพิธีกรรม ภาพชีวิตประจำวันของฤๅษีเป็นต้น ในวันที่ 2-4 เมษายน และ 8-10 กันยายน ของทุกปี ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องแสงลอดช่องประตูทั้ง 15 บาน ชาวบ้านจะเดินเท้าขึ้นมาเพื่อชมความอลังการที่ผสานระหว่างธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างของบรรพชน นอกจากนี้ในวันที่ 5-7 มีนาคม และ 5-7 ตุลาคม ของทุกปี ดวงอาทิตย์ก็ตก ส่องแสงลอดช่องประตูทั้ง 15 บาน  คืนวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนเข้าทุบทำลาย รูปปั้นทวารบาลและสัตว์พาหนะ รวมถึงมีการเคลื่อนย้ายศิวลึงค์ โดยลักษณะเป็นการทำลายแขนเทวรูปก่อน แล้วจึงนำแขนเทวรูปไปทุบกับใบหน้าสัตว์พาหนะอื่นๆ โดย เทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการประวัติศาสตร์อิสระกล่าวว่า การใช้ข้อมือของของทวารบาลเป็นตัวทำลาย นั้นเพราะน่าจะเป็นวัสดุแข็งที่พอจะทำลายสิงห์ ทำลายนาค หรือโคนนทิได้ คงไม่ใช่เรื่องของรายละเอียดที่จะต้องเน้นว่าเอามือทวารบาลไปทุบ…