ทะเลสาบสายหมอก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอย่างมาก

ทะเลสาบสายหมอก  เที่ยวแม่ฮ่องสอน เต็มไปธรรมชาติทะเลหมอก

ปางอุ๋ง ที่ใครๆต่างตั้งชื่อให้เป็นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ประเทศไทย ดูเหมือนจะไม่ใช่คำบอกเล่าที่เกินจริงจ้ะ ด้วยความสวยของทิวสนลำต้นสูงใหญ่ รายล้อมรอบอ่างเก็บน้ำที่สงบนิ่ง อากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี รวมทั้งหงส์ที่ว่ายเล่นในทะเลสาบ เป็นภาพที่น่าประทับใจมากมายๆ

ยิ่งไปกว่านี้ ปางอุ๋ง ยังเป็นแผนการเนื่องในความคิดของพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อส่งเสริมปรับปรุงอาชีพ และก็การดำรงชีวิตของประชาชนกรุ๊ปน้อยในรอบๆนี้ให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งฟื้นฟู รวมทั้งอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้มีความสมบูรณ์ยืนยงอีกด้วย

ที่อยู่ : บ้านรวมไทย ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
พิกัด : https://goo.gl/maps/j5nyEK8ayMUhWyu6A
เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งวัน…

สถานที่ท่องเที่ยวใน อุบลราชธาณี เมืองสุดสวยสุดขอบแดนอีสาน ดินแดนแห่งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์น่าหลงใหล

สถานที่ท่องเที่ยวใน อุบลราชธาณี เมืองสุดสวยสุดขอบแดนอีสาน จังหวัดขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและของประเทศไทย

สถานที่ท่องเที่ยวใน อุบลราชธาณี เมืองสุดสวยสุดขอบแดนอีสาน เมื่อพูดถึงเมืองใหญ่แห่งแดนอีสานใต้ ใครๆ ก็ต้องนึกถึงจังหวัดอุบลราชธานี

อุบลราชธานี เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและของประเทศไทย มีประชากรถึง 1,869,633 ล้านคน ทั้งยังเป็นตำบลที่ตั้งของเส้นเวลาหลักของประเทศ ที่เส้นแวง 105 องศาตะวันออก โดยเป็นจังหวัดแรกที่ได้เห็นดวงอาทิตย์ก่อนพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศไทย สามารถชมปรากฏการณ์ตะวันอ้อมโขงในช่วงฤดูหนาวช่วงก่อนสิ้นปีและปีใหม่ และยังมีภาษาถิ่นวัฒนธรรมและประเพณีที่โดดเด่น คือประเพณีแห่เทียนพรรษาทุ่งศรีเมืองอุบลราชธานีและสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นผาแต้ม ผาชนะได สามพันโบก เสาเฉลียง น้ำตกแสงจันทร์ และ ความงามตามธรรมชาติของแม่น้ำโขง

ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือเป็นจังหวัดที่แม่น้ำสายสำคัญทั้งหมดของภาคอีสานทั้งโขงชีมูลไหลมาบรรจบกัน โดยแม่น้ำชีและแม่น้ำมูลไหลมารวมกันที่อำเภอวารินชำราบ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของสถานีรถไฟหลักและมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองเช่นจังหวัดอื่นๆทั่วไป ส่วนสถานที่ราชการ ศาลากลางประจำจังหวัด สนามบินอุบลราชธานีอยู่ฝั่งอำเภอเมืองซึ่งเชื่อมกับอำเภอวารินด้วยสะพานรัตนโกสินทร์200ปี และ สะพานเสรีประชาธิปไตย โดยมีแม่น้ำมูลไหลกั้นทุ่งศรีเมืองและอำเภอวารินชำราบ ก่อนจะไหลไปรวมกับแม่น้ำโขงบริเวณจุดชมวิวทางธรรมชาติ โขงสีปูน มูลสีคราม อำเภอโขงเจียมต่อไป

จังหวัดอุบลราชธานีเป็นเมืองใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำมูลที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากว่า 200 ปี และแหล่งโบราณคดีบ้านก้านเหลืองยุคก่อนประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ในบริเวณวัดบ้านก้านเหลือง ตำบลขามใหญ่ ในตัวอำเภอเมือง กรมศิลปากรได้ทำการขุดค้นเมื่อปี 2539 พบโบราณวัตถุต่าง ๆ มากมาย เช่น ลูกปัด เครื่องปั้นดินเผา การทำโลหะผสม กระพรวนสำริด ขวานเหล็ก และแกลบข้าวจำนวนมาก แต่ไม่พบโครงกระดูกมนุษย์ สันนิษฐานว่าชุมชนโบราณแห่งนี้เป็นแหล่งโบราณคดีที่มีอายุระหว่าง 2,500-2,800 ปีมาแล้ว อยู่ในยุคโลหะตอนปลาย เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ ภายหลังถูกแบ่งออกเป็นจังหวัดใหม่คือจังหวัดยโสธรในปี พ.ศ. 2515 และจังหวัดอำนาจเจริญในปี พ.ศ. 2536 ซึ่งถ้ารวมพื้นที่อีกสองจังหวัดที่แยกออกไป จังหวัดอุบลราชธานีจะมีพื้นที่เป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย

ดินแดนแห่งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์น่าหลงใหล เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวอันสวยงามแปลกตาในแบบที่ต้องไปสัมผัสด้วยตาตนเองเท่านั้นจึงระรู้ เลยขออาสาพาคุณมาทำความรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานีให้มากขึ้น พร้อมข้อมูลที่จำเป็นต่อการเดินทางที่เราเตรียมไว้เพื่อให้คุณสร้างสรรค์ทริปไปอุบลราชธานีในแบบของตนเองได้อย่างง่ายดาย
อุบลราชธานี (Ubon Ratchathani) เป็นจังหวัดใหญ่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และยังตั้งอยู่บนพื้นที่ตะวันออกสุดของประเทศอีกด้วย โดยทิศตะวันออกติดกับแม่น้ำโขงและประเทศลาว ทิศใต้ติดกับประเทศกัมพูชา ทิศตะวันตกติดกับจังหวัดศรีสะเกษและยโสธร ส่วนทิศเหนือติดกับจังหวัดอำนาจเจริญ ปัจจุบัน จ. อุบลราชธานีถือเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอีสานใต้ และมีชื่อเสียงจากแหล่งท่องเที่ยวและงานประเพณีที่งดงาม

5.ประเพณี/วัฒนธรรม/กิจกรรมของจังหวัดอุบลราชธานี

งานประเพณีไหลเรือไฟ ในวันออกพรรษา พระสงฆ์ตามวัดต่างๆ จะจัดทำเฮือไฟ (เรือไฟ) ขึ้นในวัดตรงหน้าโบสถ์ ตกกลางคืน จะนำดอกไม้ธูปเทียนมาจุดบูชา เป็นพุทธบูชา ประเพณีอีกอย่างหนึ่งที่นิยมทำกันมากในวันออกพรรษา คือ การปล่อยเรือไฟ ชาวอุบลฯ เรียกว่า ไหลเฮือไฟ คือการนำเอาท่อนกล้วยหรือท่อนไม้มาทำเป็นรูปเรือ เวลาประมาณทุ่มเศษก็จะนำมาจุดไฟ โดยใช้ขี้ไต้หรือน้ำมันยาง แล้วปล่อยเรือให้ไหลไปตามน้ำ จะมีการตีฆ้องตีกลอง การละเล่นรื่นเริงพร้อมกันไปด้วย ภายในตัวจังหวัดจัดขี้นกลางคืนที่แม่น้ำมูล นับเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่อีกอย่างหนึ่งของเมืองอุบลราชธานี

งานแข่งขันเรือยาวประเพณี ตามลำน้ำมูลในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงหลังจากเสร็จสิ้นงานบุญประเพณีออกพรรษา (ประมาณเดือนตุลาคม) แล้วมีการจัดแข่งขันเรือยาวประเพณีขึ้นหลายแห่ง และที่จัดขึ้นประจำได้แก่ เทศบาลเมืองอุบลฯ
จัดขึ้นบริเวณสะพานรัตนโกสินทร์ 200 ปี เทศบาลตำบลพิบูลมังสาหาร จัดขึ้นบริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำมูล วัดโพธิ์ตาก
อำเภอพิบูลมังสา

ประเพณีแห่เทียนพรรษา เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดอุบลราชธานี จัดให้มีขึ้นในวันอาสาฬบูชา ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 8 และวันเข้าพรรษา บริเวณทุ่งศรีเมืองและศาลาจตุรมุข มีการประกวดต้นเทียน 2 ประเภท คือ ประเภทติดพิมพ์
และประเภทแกะสลัก โดยขบวนแห่จากคุ้มวัดต่างๆ พร้อมนางฟ้าประจำต้นเทียน จะเคลื่อนขบวนจากหน้าวัดศรีอุบลรัตนารามไปตามถนน มาสิ้นสุดขบวนที่ทุ่งศรีเมือง

ประเพณีทำบุญบังไฟ คือบุญเดือนหก ทำขึ้นเพื่อบูชาอารักษ์ มเหศักดิ์หลักเมือง ถือเป็นประเพณีขอฝน ที่ได้ทำมาตั้งแต่บรรพกาล คำว่า บั้งไฟ หมายถึง กระบอกไม้ไผ่ที่นำมาบรรจุดินประสิว ผสมกับถ่านไฟ บดให้ละเอียดแล้วอัดลงในกระบอกไม้ไผ่ บั้งไฟมี 3 ขนาด
คือ บั้งไฟน้อย บั้งไฟหมื่น บั้งไฟแสนการแห่บั้งไฟ มักจะจัดเป็น ขบวนฟอนรำ หรือเซิ้ง ซึ่งมีลีลาที่งดงาม อ่อนช้อย ตามประเพณีของหมู่บ้านนั้นๆ บางทีก็มีการประกวดประชันกัน ในด้านความสวยความงามหลายรูปแบบ
นับเป็นเทศกาลที่สนุกสนานเพลินตา เพลินใจ

ประเพณีเชิดชูความดี สดุดีวีรกรรมเจ้าคำผง เดือนพฤศจิกายนของทุกปี ถือว่าเป็นเดือนที่มีความสำคัญต่อชาวอุบลฯ เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นวันที่ชาวอุบลฯ ร่วมใจกันจัดงาน น้อมสดุดีวีรกรรมพระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง) ผู้ก่อตั้งเมืองอุบลราชธานี
โดยถือเอาวันที่ 10 พฤศจิกายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันถึงแก่อนิจกรรม เป็นวันจัดงานรำลึก มีการจัดกิจกรรมและพิธีการต่างๆ มากมาย เช่น นิทรรศการประวัติเมืองอุบลราชธานี พิธีอัฐเชิญดวงวิญญาณเจ้าคำผง และขบวนเครื่องยศเจ้าเมืองโบราณ
จากวัดหลวงไปยังอนุสาวรีย์พระประทุมวรราชสุริยวงษ์ ณ บริเวณทุ่งศรีเมืองพระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดเกล้าให้พระปทุมราชวงศา (เจ้าคำผง) เป็นพระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง)
และเสริมนามเมืองอุบลขึ้นเป็นเมีองอุบลราชธานีศรีวนาลัยประเทศราช เมื่อพ.ศ. 2335 พระประทุมวรราชสุริยวงษ์ ครองเมืองอุบลราชธานีมาเป็นเวลา 17 ปี ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2338 สิริอายุได้ 85 ปี

 

 …