สถานที่ท่องเที่ยว เกาะมะขาม

สถานที่ท่องเที่ยว เกาะมะขาม เป็นอีกแห่งที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาดกันเลย

สถานที่ท่องเที่ยว เกาะมะขาม สำหรับคนที่ชอบดำน้ำดูปะการังไม่ควรพลาด ชวความสวยงามใต้ท้องทะเลกับแบบจุกๆกันไปเลย

สถานที่ท่องเที่ยว เกาะมะขาม

เกาะขาม ชลบุรี เป็นอีกแห่งสถานที่ที่สวยงามมากของการท่องเที่ยวทะเล ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทะเลที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ ที่มีความสวยงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ด้วยที่นี่มีชายหาดที่สีขาวมองไปทางไหนดูสะอาดตา ความเงียบสงบ อีกทั้งรอบๆ ที่เกาะยังมีแนวปะการังที่มีความอุดมสมบูรณ์ น้ำทะเลใสมากจนมองเห็นปลาที่วายน้ำได้เลย สามารถพากันไปเที่ยวได้ในแบบวันเดย์ทริป โดยปกติจะปิดการเข้าชมในฤดูฝน ซึ่งในปีนี้เกาะขามก็ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้พากันเข้าไปเที่ยวชมทุกวันกันแล้ว

เกาะขาม หรืออุทยานใต้ทะเลเกาะขาม ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ การท่องเที่ยวเกาะขามจึงต้องเป็นไปตามกฎของกองทัพเรือ

จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาในการเดินทางไปยังเกาะขามเพียงแค่ประมาณ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น ที่นี่จึงเป็นท้องทะเลสวยในอันดับต้น ๆ ของไทยที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุดอีกหนึ่งแห่ง

ด้วยความที่เกาะขามได้มีการดูแลอย่างดี ทำให้ธรรมชาติและท้องทะเลของที่นี่สวยงามไม่แพ้กับท้องทะเลทางใต้เลยทีเดียว น้ำทะเลจะเป็นสีฟ้าสวยใส ชายหาดขาวสะอาด มีแนวปะการังที่สมบูรณ์มาก ๆ สามารถดำน้ำชมกันอย่างจุใจกับไปเลย

จุดเด่นของเกาะขามก็คือมีแนวปะการังในน้ำตื้นที่อย่างสมบูรณ์มากมาย อาทิ ปะการังเขากวาง, ปะการังโต๊ะ และปะการังสมอง รวมพื้นที่ปะการังรอบเกาะขามมีทั้งหมดราว ๆ 83,000 ตารางเมตร ที่นี่จึงเหมาะกับสำหรับคนที่ชอบดำน้ำดูปะการังที่สวยงามสมบรูณ์มากๆ

นอกจากแนวปะการังที่ดูสวยงามมาก ๆ รอบเกาะขามแล้ว บนเกาะขามเองก็ยังมีหาดทรายสีขาวสะอาดและเงียบสงบ เหมาะแก่การที่ไปเที่ยวพักผ่อนกันเลย อีกทั้งยังมีเส้นทางที่สามารถให้ศึกษาทางธรรมชาติขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบนของเขา ซึ่งสามารถมองเห็นท้องทะเลสัตหีบได้ไกลสุดลูกหูลูกตากันไป

จุดท่องเที่ยวที่ต้องห้ามพลาดกันที่นักท่องเที่ยวมักจะไปถ่ายรูปกัน จะเป็นสะพานไม้ทางด้านซ้ายของหาดที่ทอดยาวเลียบไปตามแนวเชิงเขาริมทะเล ซึ่งจะมีหินน้อยใหญ่ที่อยู่บริเวณนี้ สามารถไปถ่ายรูปเล่นได้ แต่ไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำ เพราะมีแนวหินแหลมคมมากมาย อาจจะเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว

อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจมาก ๆ ก็คือการนั่งเรือท้องกระจก เพื่อชมความสวยงามของโลกใต้ทะเล ทั้งปลาชนิดต่าง ๆ และแนวปะการัง กิจกรรมนี้ฟรีค่ะ หรือถ้าใครอยากพายเรือคายักเที่ยวชมบริเวณรอบ ๆ ชายหาดก็ได้นะคะ แต่ในส่วนนี้จะต้องจ่ายเงินเพิ่มเติม

อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเที่ยวชมเกาะขามอย่างจำกัดจำนวนคนในแต่ละวัน ถ้าวางแผนจะไปเที่ยวในช่วงวันหยุดควรโทรศัพท์จองล่วงหน้า

ราคาตั๋วเกาะขามมี 2 แบบ คือ ผู้ใหญ่ (อายุ 15 ปี ขึ้นไป) ชาวไทย ราคา 250 บาท และเด็ก (อายุ 6-14 ปี ส่วนสูงไม่เกิน 130 เซนติเมตร) 200 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 300 บาท โดยจะเป็นทั้งค่าเรือไป-กลับ ค่าธรรมเนียม ค่าบริการห้องน้ำบนเกาะขาม ฟรีเรือท้องกระจก

ในส่วนนี้ถ้าใครต้องการเช่าอุปกรณ์ดำน้ำจะคิดเพิ่มชุดละ 50 บาท ถ้านักท่องเที่ยวที่จะลงเล่นน้ำ ดำน้ำ หรือพายเรือคายัก จะต้องใส่ชูชีพทุกครั้ง

ไม่อนุญาตให้นำอาหารที่บรรจุในกล่องโฟม หรือเครื่องดื่มที่เป็นขวดพลาสติก/แก้ว ขึ้นไปทานบนเกาะ และให้ซื้ออาหารที่เพียงพอต่อการบริโภคเท่านั้น เพราะอาจจะได้ไม่ทำให้เกิดขยะ บนเกาะมีร้านค้าจำหน่ายอาหาร น้ำดื่ม และขนมขบเคี้ยวในราคาปกติ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะหิว

เมื่อนักท่องเที่ยวที่ไปถึงบนเกาะขามแล้วจะต้องฟังบรรยายถึงข้อปฏิบัติและกฎระเบียบต่าง ๆ และต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อจะได้ไม่เกิดอันตรายต่อตัวนักท่องเที่ยวเอง และไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ อาจจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน รวมทั้งทำลายระบบนิเวศที่สวยงามของเกาะขามอีกด้วย

ไม่ว่าใครต้องการที่ไปเที่ยวเกาะขามก็คงอยากลงเล่นน้ำทะเล ซึ่งถ้าหากใครที่ต้องการที่จะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า บนเกาะก็มีห้องน้ำให้บริการ แต่…โน้ตกันไว้สักนิดนะ ว่าทางอุทยานใต้ทะเลเกาะขาม อนุญาตให้นักท่องเที่ยวอาบน้ำจืด และเปลี่ยนเสื้อผ้าเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้สบู่และแชมพู และอย่าลืมเก็บขยะต่าง ๆ กลับมาด้วยนะ

บนเกาะขามไม่มีที่พักให้ จะต้องไปเที่ยวแบบเช้าไป-เย็นกลับ เท่านั้น ใครที่ขับรถกลับกรุงเทพฯ ไม่ไหว บริเวณบ้านช่องแสมสาร ก็มีที่พักให้เลือกมากมาย ดูที่พักแสมสารได้เลยที่ “ที่พักแสมสาร รับลมชมทะเล พักกายและใจกันแบบชิล ๆ” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี ๆ ก็คือการพักแถว ๆ ชายทะเลสัตหีบ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยที่ “30 ที่พักสัตหีบ ไปนอนรับลมเย็น ๆ”

สำหรับใครที่ขับรถไปเองก็มีที่จอดรถเกาะขามไว้รองรับ สามารถไปจอดรถกันได้ภายในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย และกรมก่อสร้างและพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบ

การเดินทางไปเกาะขาม จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี แล้วพอเข้าสู่ตำบลสัตหีบก็เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3126 ตรงไปเรื่อย ๆ จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่บ้านช่องแสมสาร และท่าเทียบเรือเขาหมาจอ เพื่อขึ้นเรือไปยังเกาะขาม

เที่ยวเกาะขาม ไม่มีรถส่วนตัว สามารถขึ้นรถตู้โดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-สัตหีบ ได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (เอกมัย) แล้วบอกรถตู้ว่าจะลงที่ กม.6 หรือ กม.10 (ให้สอบถามคนขับรถตู้อีกครั้งว่าจะไปท่าเรือเขาหมาจอ เพื่อไปเกาะขามลงตรงไหนสะดวกกว่ากัน) จากนั้นให้เหมาวินมอเตอร์ไซค์เข้าไปที่บริเวณท่าเรือ แล้วอย่าลืมขอเบอร์โทรศัพท์ทั้งวินมอเตอร์ไซค์และคนขับรถตู้ เพื่อที่จะได้นัดหมายเวลาในการเดินทางกลับด้วย…

สถานที่ท่องเที่ยว จุดชมวิวซุยถัง

สถานที่ท่องเที่ยว จุดชมวิวซุยถัง จ.เชียงใหม่ อีกหนึ่งจุดเช็กอินชมทะเลหมอกสวย

สถานที่ท่องเที่ยว จุดชมวิวซุยถัง เอื้อมมือคว้าลำธารแห่งสายหมอก

สถานที่ท่องเที่ยว จุดชมวิวซุยถัง

จุดชมวิวซุยถัง จังหวัดเชียงใหม่ อีกหนึ่งจุดเช็กอินชมทะเลหมอกสวย ๆ ช่วงหน้าหนาว เหมาะจะชวนคนข้างกายไปถ่ายรูปสวย ๆ ให้ฟินกันไปข้าง
พอเข้าหน้าหนาวทีไร หนึ่งในกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเป็นที่สุดเห็นจะเป็นการสะกิดคนข้าง ๆ ออกเดินทางไปชมความสวยงามของทะเลหมอกกันสักที่ ซึ่งในเมืองไทย ก็มีจุดชมทะเลหมอกเด็ด ๆ อยู่หลายที และแต่ละที่ก็มีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไป วันนี้เรามีอีกหนึ่งจุดชมทะเลหมอกมาแนะนำ “จุดชมวิวซุยถัง” จังหวัดเชียงใหม่ โดย เฟซบุ๊ก สุดใจร้าย ได้ออกเดินทางไปเก็บเกี่ยวภาพความสวยงามมาฝากเรากัน บอกเลยว่าเห็นแล้วแทบอยากจะขอลาพักร้อนพุ่งตัวไปเยือนทีเดียวเชียว จุดชมวิวซุยถัง มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า “จุดชมวิวฐานปฏิบัติการซุยถัง” พิกัดที่ตั้งอยู่บนดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยอยู่ห่างจากสถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขางไปทางหมูบ้านอรุโณทัย อำเภอไชยปราการ ประมาณ 11 กิโลเมตร หลายคนเมื่อฟังชื่อแล้ว อาจจะติดใจว่า เอ๊ะ !! “ซุยถัง” แปลว่าอะไร ? มีความหมายอะไรหรือเปล่า ? จริง ๆ แล้วซุยถังเป็นภาษาจีนยูนนาน แปลว่า ธารน้ำไหล ซึ่งตรงกับลักษณะของทะเลหมอกของที่นี่ คล้ายกับธารน้ำไหลไปตามช่องเขา เรียกได้ว่าสวยสมชื่อสุด ๆ เป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูหนาว จุดชมวิวซุยถังจะมีนักท่องเที่ยวต่างแวะเวียนมาเยี่ยมชมความสวยงามของทะเลหมอกกันเป็นจำนวนมาก จริง ๆ แล้วทะเลหมอกจะมีมากตั้งแต่ช่วงปลายฝนต้นหนาว เรื่อยไปจนหมดฤดูหนาวกันเลยทีเดียว ที่สำคัญที่นี่ยังมีลานกางเต็นท์ ร้านค้า และร้านอาหาร ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว ตื่นเช้ามาก็มานั่งกินอาหารในยามเช้าไปพลาง ชมทะเลหมอกไปพลาง บรรยากาศมันช่างดีอะไรอย่างนี้เนี่ย สำหรับใครที่อยากมาชมทะเลหมอกสวย ๆ แต่นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ รับรองว่ามาที่นี่ไม่มีผิดหวัง และหลังจากที่ฟินกับทะเลหมอกจนหนำใจ ก็ค่อยเดินทางไปเที่ยวกันต่อที่เที่ยวจุดชมวิวม่อนสน, ไร่ชา 2000 และไร่สตรอว์เบอร์รี กันต่อก็ได้นะคะ แต่แอบกระซิบไว้ตรงนี้นิดหนึ่งว่า…ทะเลหมอกที่จุดชมวิวซุยถังอาจไม่ได้มีทุกวัน เพราะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ถ้ามีความชื้นสูง เช่น ฝนตกใหม่ ๆ แล้วหลังจากนั้นสภาพอากาศดี จะมีโอกาสได้เห็นทะเลหมอกได้ง่ายและแน่นขึ้นนั่นเอง

การเดินทางมายังจุดชมวิวซุยถัง

ใช้ถนนสายเชียงใหม่-ฝาง ถึงสามแยกเมืองงาย อำเภอเชียงดาว ให้เลี้ยวซ้ายไปทางบ้านอรุโณทัย มุ่งหน้าดอยอ่างขาง ระยะทางจากบ้านอรุโณทัยจนถึงจุดชมวิวซุยถัง ประมาณ 25 กิโลเมตร สภาพถนนถือว่าดี เป็นถนนลาดยาง รถเล็กไปได้สบาย ๆ แต่โค้งจะเยอะหน่อยและสูงชัน ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ…

สถานที่ท่องเที่ยว ดอยบ่าโจ๊ะโข้ว จ.เชียงใหม่

สถานทีเที่ยว ดอยบ่าโจ๊ะโข้ว จ.เชียงใหม่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่รอให้นักท่องเที่ยวไปเช็กอิน ฟินกับสายลมเย็น

สถานทีเที่ยว ดอยบ่าโจ๊ะโข้ว จ.เชียงใหม่ เฝ้าชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า สวยงามเหนือคำบรรยาย

สถานทีเที่ยว ดอยบ่าโจ๊ะโข้ว จ.เชียงใหม่

เชียงใหม่ จังหวัดที่หลายคนคุ้นเคย เผลอ ๆ อาจเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวในใจของใครหลายคน เพราะนอกจากที่เที่ยวจะหลากหลายแล้ว ไม่ว่าจะไปเที่ยวกี่ครั้ง ก็มักจะได้ความประทับใจใหม่ ๆ

กลับมาด้วยเสมอ อย่างวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ “ดอยบ่าโจ๊ะโข้ว” อีกหนึ่งที่เที่ยวเชียงใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก แต่ถ้าใครมีโอกาสไปเยือนรับรองว่าต้องหลงรักแบบหมดใจ ดอยบ่าโจ๊ะโข้ว ตั้งอยู่ที่บ้านขุนแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่เที่ยวแนวธรรมชาติที่พร้อมให้คุณได้สัมผัสกับอีกหนึ่งมุมความสวยงามของเชียงใหม่ ในแบบที่คุณเองก็ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีแบบนี้ด้วย หลายคนอาจจะคิดว่าดอยบ่าโจ๊ะโข้วก็คงไม่น่าจะต่างกับที่เที่ยวจุดชมวิวอื่น ๆ ใครที่กำลังคิดแบบนั้นอยู่ ขอกระซิบบอกไว้ตรงนี้เลยว่า…มีอะไรที่มากกว่านั้นซ่อนอยู่อีกเพียบ เต็มอิ่มกับวิวธรรมชาติแบบ 360 องศา ท่ามกลางทุ่งหญ้าดอกหญ้า ที่พัดพลิ้วปลิวไสวไปกับสายลม มองออกไปเบื้องหน้า เห็นความยิ่งใหญ่ของขุนเขาตั้งตระหง่าน โอบล้อมทุกสรรพสิ่งด้วยความยินดี ปกติแล้วนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวที่นี่จะมาเฝ้ารอชมความสวยงามของพระอาทิตย์ยามขึ้นและตกดิน แสงสีส้มทองพ่องอำไพ ทอดยาวทอแสงประกายไล่เฉดสีตามขอบฟ้า นอกจากจุดชมวิวสวย ๆ ที่เราจะได้เห็นกันเต็มตาแล้ว ยังมีไร่กะหล่ำปลีให้คุณได้เที่ยวชม พร้อมกับแอ็คท่าถ่ายรูปสวย ๆ รับรองว่าถ้าลงโซเชียลต้องเรียกคะแนนกดไลก์ได้เพียบ…

ชมพูพันธุ์ทิพย์ จตุจักร

ชมพูพันธุ์ทิพย์ จตุจักร 2563 ทยอยออกดอกสีชมพูสวย ตลอดริมรั้วถนนพหลโยธิน

ชมพูพันธุ์ทิพย์ จตุจักร ตั้งแต่สวนจตุจักรยาวไปจนถึงสวนรถไฟ ให้ได้ชื่นชมกันเพลินตา

ชมพูพันธุ์ทิพย์ จตุจักร

นับเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คนกรุงเทพฯ เฝ้ารอคอยเป็นประจำทุกปี กับการชื่นชมความสวยงามของชมพูพันธุ์ทิพย์ จตุจักร ซึ่งปีนี้ออกดอกให้เราได้ชื่นชมกันบ้างแล้ว เรียกรอยยิ้มจากผู้ที่สัญจรผ่านไป-มา หรือไว้วันหยุดว่าง ๆ

จะอาศัยเป็นโลเคชั่นถ่ายรูป ก็ดีงามไปอีกแบบ บรรยากาศความสวยงามของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ จตุจักร ปีนี้จะเป็นยังไง ออกดอกบานสวยมากน้อยแค่ไหน เรามีภาพบรรยากาศบางส่วนมาฝากกัน ช่วง 2-3 วันมานี้ ใครที่ผ่านไป-มาแถวจตุจักร น่าจะได้เห็นดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ที่กำลังออกดอกชมพูสวยหวาน ตลอดริมรั้วถนนพหลโยธิน ตั้งแต่สวนจตุจักรยาวไปจนถึงสวนรถไฟ และเป็นประจำทุกปี เมื่อออกดอกบานทีไรก็จะได้รับความสนใจจากผู้คนที่สัญจรบริเวณนั้นอยู่เสมอ บ้างหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป หรือบ้างก็หยุดยืนจ้องมองเป็นนานสองนาน โดยปกติแล้วดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ จตุจักร จะบานช่วงต้นปี ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม โดยระยะเวลาของการบานจะยาวจะสั้น ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสำคัญ แต่เฉลี่ยส่วนใหญ่จะบานให้เชยชมเป็นอาทิตย์ เพื่อน ๆ ที่อยากชมความสวยงามของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ สามารถเดินทางมาได้ทุกวัน ถัดเข้ามาในบริเวณสวนรถไฟก็มีดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ให้ได้ชื่นชมเช่นกัน งานนี้ดูแล้วน่าจะถูกใจสายถ่ายรูปแน่ ๆ หรือถ้าใครมาช้าดันเป็นช่วงที่ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์โรยราร่วงลงพื้นแล้ว เอาจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบนต้นหรือบนพื้น ความสวยงามที่ว่านี้ก็แทบจะไม่แตกต่างกัน อยู่ที่ว่าเราจะเห็นมุมมองความสวยงามนั้นมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง ถือเป็นอีกหนึ่งแง่มุมความงดงามของเมืองกรุง ปีหนึ่งจะได้เห็นสักครั้ง ใครมีโอกาสผ่านไปแถวนั้นอย่าลืมเก็บเกี่ยวความงดงามกลับมาฝากเราด้วยนะ…

สถานท่องเที่ยว ทยอยผลิดอกชมพูหวาน

สถานท่องเที่ยว ทยอยผลิดอกชมพูหวาน ชื่นชมความสวยงามของนางพญาเสือโคร่ง จังหวัดเล

สถานท่องเที่ยว ทยอยผลิดอกชมพูหวาน พร้อมอัปเดตความเคลื่อนไหวต่าง ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ไปเช็กอินชื่นชมกัน

สถานท่องเที่ยว ทยอยผลิดอกชมพูหวาน

ช่วงรอยต่อระหว่างปลายปี 2562 และต้นปี 2563 ถือเป็นช่วงนาทีทองแห่งการท่องเที่ยว ณ ภูลมโล อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับชมความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง เพราะเมื่อใดก็ตามที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบานทั่วทั้งหุบเขา เมื่อนั้นจะกลายเป็นทัศนียภาพสวยงามและน่าจดจำ และเมื่อทุกคนต่างเฝ้ารอคอย วันนี้เราเลยขออัปเดตความเคลื่อนไหวของดอกนางพญาเสือโคร่ง ภูลมโล 2563 มาฝากกัน
จากเฟซบุ๊ก ภูลมโล,ซากุระเมืองไทย,นางพญาเสือโคร่ง,กกสะทอน เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2562 ได้อัปเดตการบานของนางพญาเสือโคร่ง ไว้ว่า “ภาพรวมสลัดใบทิ้งรอการออกดอก เริ่มทยอยออกดอกมากขึ้น แต่ภาพรวมยังถือว่าน้อยมาก ๆ”
แต่ถึงอย่างนั้น…นี่ก็เป็นสัญญาณแห่งความงามช่วงหน้าหนาวที่หลายคนเฝ้ารอคอย กลีบดอกสีชมพูระเรื่อ ช่างเป็นภาพชวนฝันเสียจริง ๆ โดยในวันที่ 1 มกราคม 2563 นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเที่ยวชมภูลมโล (หรือถ้าจะเข้าชมก่อนก็สามารถทำได้ แต่อาจจะไม่ได้สวยงามตระการตาสมดังใจ) ทั้งนี้จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบสำคัญ นั่นคือ งดการนำเอาถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น กล่องอาหารโฟม เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก และรักษาระบบนิเวศของธรรมชาติ
แน่นอนว่าการเดินทางไปชมความงดงามของของดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ภูลมโล หลายคนเดินทางมาพร้อมกับความคาดหวัง หวังว่าจะเห็นการออกดอกบานสะพรั่งทั่วทั้งพื้นที่ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น การออกดอกส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นตัวแปรสำคัญ เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจึงไม่สามารถระบุวันที่ออกดอกเป๊ะ ๆ ได้เลยเสียทีเดียว หากแต่โดยปกติแล้วต้นนางพญาเสือโคร่งจะมีวัฏจักรการออกดอกแต่ละช่วงเดือน ดังนี้
– ช่วงเดือนตุลาคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งเข้าสู่การสลัดใบทิ้ง
– ช่วงเดือนพฤศจิกายน : ต้นนางพญาเสือโคร่งสลัดใบทิ้งมากขึ้น และมีปุ่มดอกให้เห็น
– ช่วงเดือนธันวาคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งสลัดใบทิ้งเกือบทั้งหมด และเริ่มมีดอกในบางแปลง ดอกจะเริ่มทยอย ๆ ออกประมาณปลายเดือนธันวาคม
– ช่วงเดือนมกราคม : ต้นนางพญาเสือโคร่งทยอยออกดอกมากขึ้น ประมาณสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธันวาคมเป็นต้นไปจะออกดอกเยอะมากขึ้น
– ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ : ต้นนางพญาเสือโคร่งทยอยออกดอกไปจนถึงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ถ้าอากาศช่วงนี้ยังหนาวเย็นอยู่ ก็จะยืดช่วงเวลาออกดอกเพิ่มอีก…

สถานที่ท่องเที่ยว ดอยบ่าโจ๊ะโข้ว จ.เชียงใหม่

สถานที่ท่องเที่ยว ดอยบ่าโจ๊ะโข้ว จ.เชียงใหม่ เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวในใจของใครหลายคน

สถานที่ท่องเที่ยว ดอยบ่าโจ๊ะโข้ว จ.เชียงใหม่ นอกจากที่เที่ยวจะหลากหลายแล้ว

สถานที่ท่องเที่ยว ดอยบ่าโจ๊ะโข้ว จ.เชียงใหม่

เชียงใหม่ จังหวัดที่หลายคนคุ้นเคย เผลอ ๆ อาจเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวในใจของใครหลายคน เพราะนอกจากที่เที่ยวจะหลากหลายแล้ว ไม่ว่าจะไปเที่ยวกี่ครั้ง ก็มักจะได้ความประทับใจใหม่ ๆ

กลับมาด้วยเสมอ อย่างวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ “ดอยบ่าโจ๊ะโข้ว” อีกหนึ่งที่เที่ยวเชียงใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก แต่ถ้าใครมีโอกาสไปเยือนรับรองว่าต้องหลงรักแบบหมดใจ ดอยบ่าโจ๊ะโข้ว ตั้งอยู่ที่บ้านขุนแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่เที่ยวแนวธรรมชาติที่พร้อมให้คุณได้สัมผัสกับอีกหนึ่งมุมความสวยงามของเชียงใหม่ ในแบบที่คุณเองก็ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีแบบนี้ด้วย หลายคนอาจจะคิดว่าดอยบ่าโจ๊ะโข้วก็คงไม่น่าจะต่างกับที่เที่ยวจุดชมวิวอื่น ๆ ใครที่กำลังคิดแบบนั้นอยู่ ขอกระซิบบอกไว้ตรงนี้เลยว่า…มีอะไรที่มากกว่านั้นซ่อนอยู่อีกเพียบ  เต็มอิ่มกับวิวธรรมชาติแบบ 360 องศา ท่ามกลางทุ่งหญ้าดอกหญ้า ที่พัดพลิ้วปลิวไสวไปกับสายลม มองออกไปเบื้องหน้า เห็นความยิ่งใหญ่ของขุนเขาตั้งตระหง่าน โอบล้อมทุกสรรพสิ่งด้วยความยินดี ปกติแล้วนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวที่นี่จะมาเฝ้ารอชมความสวยงามของพระอาทิตย์ยามขึ้นและตกดิน แสงสีส้มทองพ่องอำไพ ทอดยาวทอแสงประกายไล่เฉดสีตามขอบฟ้า นอกจากจุดชมวิวสวย ๆ ที่เราจะได้เห็นกันเต็มตาแล้ว ยังมีไร่กะหล่ำปลีให้คุณได้เที่ยวชม พร้อมกับแอ็คท่าถ่ายรูปสวย ๆ รับรองว่าถ้าลงโซเชียลต้องเรียกคะแนนกดไลก์ได้เพียบ แต่เนื่องจากว่าเส้นทางขึ้นไปยังดอยบ่าโจ๊ะโข้ว เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างเดินทางได้ยาก นักท่องเที่ยวจึงไม่สามารถเดินทางขึ้นไปเที่ยวเองได้ และจำเป็นที่จะต้องให้ชาวบ้านพาขึ้นไป หรือทางที่ดีสามารถติดต่อการเดินทางได้ที่ ขุนแปะบ้านไผ่ โฮมสเตย์ โดยจะทำการรับ-ส่งจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ ขึ้นดอยบ่าโจ๊ะโข้ว (ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที) ดูพระอาทิตย์ขึ้น ยลโฉมทะเลหมอก และไร่กะหล่ำปลี ราคา 1,500 บาท ต่อ 1 คันรถ นั่งได้ 8 คน ทั้งนี้สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ขุนแปะบ้านไผ่ โฮมสเตย์ ใครกำลังมองหาที่เที่ยวเชียงใหม่ที่โลเคชั่นไม่ซ้ำใคร ดื่มด่ำกับความสวยงามของธรรมชาติแบบเต็ม ๆ “ดอยบ่าโจ๊ะโข้ว” จึงเป็นหนึ่งในที่เที่ยวทุกคนไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งในช่วงหน้าหนาวนี้ รีบเที่ยวก่อนที่ลมหนาวจะจากเราไปกันนะ…

สถานที่ท่องเที่ยว น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

สถานที่ท่องเที่ยว น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามที่ใครๆก็อยากไป

สถานที่ท่องเที่ยว น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น สภาพสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด

สถานที่ท่องเที่ยว น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯริมทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์

ห่างจากอำเภอเมืองกาญจนบุรีประมาณ 108 กิโลเมตร น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมี สภาพสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด น้ำตกไหลมา จากต้นน้ำของเทือกเขากะลาซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้ง ทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์ นับเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น แบ่งออกเป็น 7 ชั้น มีชื่อเรียกต่างๆกันไปแต่ละชั้น เช่น ชั้นที่ 1 ดงว่าน ชั้นที่ 2 ม่านขมิ้น ชั้นที่ 3 วังหน้าผา ชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว ชั้นที่ 5ไหลจนหลง ชั้นที่ 6 ดงผีเสื้อ ชั้นที่ 7 ร่มเกล้า แต่ละชั้นมีความสูงและความงดงามต่างกันไป ทางอุทยานฯได้ทำเส้นทาง เดินสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้นและยังเป็นเส้นทางเดินศึกษา ธรรมชาติ เป็นน้ำตกที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี…

สถานที่ท่องเที่ยว วัดใหม่สุวรรณภูมาราม หลวงพระบาง

สถานที่ท่องเที่ยว วัดใหม่สุวรรณภูมาราม หลวงพระบาง เป็นวัดที่มีกำแพงหน้าอุโบสถสวยงามที่สุด

สถานที่ท่องเที่ยว วัดใหม่สุวรรณภูมาราม หลวงพระบาง กำแพงสีทองอร่ามนี้บอกเล่าเรื่องราวของพระเวชสันดรชาดกและรามเกียรติ์ได้อย่างดี

สถานที่ท่องเที่ยว วัดใหม่สุวรรณภูมาราม หลวงพระบาง

วัดใหม่สุวรรณภูมาราม หรือที่คนลาวเรียกสั้นๆ ว่า “วัดใหม่” เป็นวัดที่มีกำแพงหน้าอุโบสถสวยงามที่สุด กำแพงสีทองอร่ามนี้บอกเล่าเรื่องราวของพระเวชสันดรชาดกและรามเกียรติ์ได้อย่างดี ทำให้วัดใหม่สุวรรณภูมารามดูศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้นตั้งแต่เดินขึ้นมาที่ระเบียงอุโบสถ วัดใหม่ตั้งอยู่ที่ถนนศรีสว่างวงศ์ ใกล้กับพระราชวังหลวงพระบาง สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 และได้รับการอุปถัมภ์จากกษัตริย์จึงทำให้มีการบูรณะและสร้างเพิ่มเติมหลายครั้ง

ประวัติความเป็นมา
วัดใหม่สุวันนะพูมาราม หลวงพระบาง ประเทศสปป.ลาว
วัดใหม่สุวรรณภูมารามหรือ วัดใหม่สุวันนะพูมาราม เคยเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระสังฆราชบุญทัน ซึ่งเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์สุดท้ายของลาวมาก่อน อุโบสถของวัดนี้สร้างด้วยเครื่องไม้มีหลังคาซ้อนกัน ห้าชั้นตามแบบหลวงพระบาง กำแพงพระระเบียงด้านหน้า ทำเป็นลายรดน้ำปิดทองเล่าเรื่องรามายณะและพระเวสสันดรชาดก พระบางเคยประดิษฐานอยู่ที่วัดนี้ในครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 จนกระทั่งปีพ.ศ. 2437 จึงได้อัญเชิญพระบางไปประดิษฐานในหอพระบางภายในพระราชวัง โดยในวันปีใหม่จะมีการแห่แหน พระบางออกมา ให้ประชาชนได้สักการะบูชา ซึ่งปัจจุบันวัดใหม่ได้ใช้เป็นโรงเรียนปริยัติธรรม

พระพุทธรูปปางนาคปรก,ปางมารวิชัย,ปางห้ามญาติ
พระพุทธรูปปางนาคปรก (ซ้าย) ปางมารวิชัย (กลาง) ปางห้ามญาติ (ขวา)
สิ่งก่อสร้างสำคัญ คือ สิม ซึ่งเกิดจากการผสมผสานสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน เรียกว่า สิมแบบผสมผสาน สิมแห่งนี้ตกแต่งด้วยลายฟอกคำอย่างสิมแบบหลวงพระบาง หลังคามีการซ้อนชั้นแบบเชียงขวางและมีคอสองแบบไทลื้อ ส่วนทวารบาลมีรูปแบบที่แสดงให้เห็นถึงการนำศิลปะแบบต่างๆ ผสมเข้าด้วยกัน เช่น สลักรูปเทวดาถือช่อดอกกระดังงา ตามแบบที่นิยมในศิลปะลาว

วัดใหม่สุวันนะพูมาราม
ด้านหน้าของสิมวัดใหม่ ผสมผสานแบบเชียงขวางและไทลื้อ
ขณะเดียวกันก็มีรูปมังกรแบบจีนสลักไว้ด้านล่าง ส่วนภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประธาน เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง คนลาวเรียกว่า “พระเอ้” และพระพุทธรูปทรงเครื่องต้นอย่างพระมหาจักรพรรดิ ศิลปะรัตนโกสินทร์ ส่วนผนังด้านในประดับพระพิมพ์ปิดทององค์เล็กๆ เป็นหมื่นองค์ รวมถึงภาพปูนปั้นปิดทองเรื่องพระเวสสันดรที่แฝงด้วยเรื่องราวการดำเนินชีวิตของชาวเมืองหลวงพระบาง…